Tag: Hoya

ตัดแว่นใช้หน้าคอมเลือก HOYA Blue Light Cut หรือ JINS ดี มาดูกัน

ปัจจุบันปัญหาหนึ่งที่คนทั่วไปที่ทำงานอยู่หน้าคอมเป็นจำนวนมากพบคือ แสบตา ตาแห้ง ปวดหัว ซึ่งความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้จัดอยู่ในอาการที่เรียกว่า Computer Vision Syndrome นอกจากเหตุผลที่มองวัตถุระยะใกล้ๆ ตลอดเวลาทำให้กล้ามเนื้อเลนส์หดตัวตลอดเวลาแล้ว แสงที่ออกมาจากจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังมีแสงที่เค้าเรียกกันว่า “แสงฟ้า” (Blue light) ซึ่งตามหลักการก็ทั่วไปครับ เรารู้จัก แสงขาว แสง UV แสง Infrared ลองดูตามภาพด้านล่าง

จะพบว่าแสงขาวปกติที่เรามองอยู่ทุกๆ วัน ก็คือช่วง Visible Light ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง UV เหนือม่วง (พลังงานสูง) กับ Infrared ใต้แดง (พลังงานต่ำ) ซึ่งภายในแสงขาวก็จะมีแสงที่มีพลังงานใกล้ๆ กับแสง UV นั่นก็คือแสงฟ้า ซึ่งการที่เจ้าแสงฟ้านี้มีพลังงานสูงเลยทำให้มันทำลายจอประสาทตานั่นเอง

ทีนี้พอคนเราปัจจุบันอยู่ในจอกันเกือบตลอดเวลามันก็เป็นเรื่อง เพราะดันโดนแสงฟ้าทำลายจอประสาทตาทุกวี่ทุกวัน แล้วมันจะไม่เกิดอาการปวดตา ปวดหัวกันได้อย่างไร บริษัทผู้ผลิตแว่นตาเลยต้องออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับสภาพการใช้คอมในปัจจุบันมากขึ้น จึงเป็นที่มาของ แว่นตากันแสงฟ้า (นี่ยังไม่นับฟิล์มกันรอยกันแสงฟ้านะ) ซึ่งเจ้าใหญ่ที่ขายเยอะสุดก็น่าจะหนีไม่พ้น HOYA ในนาม HOYA Blue Light Cut อันนี้เคย review คู่กับตัว Remark ไว้ที่นี่ แต่บังเอิญว่าตอนที่ไปญี่ปุ่นได้มีโอกาสไปเจอร้านแว่นแห่งหนึ่งชื่อว่า JINS ซึ่งตอนแรกก็แค่ต้องการเข้าไปดูขำๆ ซึ่งมีทั้งแว่นสำหรับตัดแสงฟ้าพร้อมใส่สำหรับคนทั่วไป และแว่นสายตาสำหรับตัดเลนส์สำหรับคนสายตาไม่ปกติ ทีนี้ดูไปดูมาก็เออ แว่นมันออกแบบเข้ากับหน้าเรามากกว่าแว่นที่ใส่อยู่ก่อนหน้านี้แฮะ แล้วก็เบากว่า (มีการระบุข้างขาแว่นว่า Designed in Tokyo ด้วยนะแจ้ะ) ก็เลยตั้งใจจะซื้อกรอบแล้วเอากลับมาตัดแว่นที่ไทย แต่ตอนที่จะเอาไปจ่ายตัง พนักงาน(เข้าใจว่าเป็นชาวจีน)แจ้งว่า ราคานี่ที่ติดนี่รวมค่าเลนส์แล้วนะ จะเอาออกไปตัดข้างนอกทำไม เราก็เลย หา! ดีสิ จะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่เอ๊ะ แล้วเจ้าเลนส์ที่แถมนี่มันจะดีเหรอฟะ แล้วพนักงานก็เลยโชว์ Brochure ให้ดู ซึ่งแลดูมีชาติตระกูลมาก (ความจริงเค้าให้มานะ แต่มันหายไปไหนก็ไม่รู้ ดูจากภาพในเว็บก็แล้วกันนะ) ต่อมาเลยเพิ่งรู้ว่าเจ้านี้เค้าต้องการให้บริการทุกอย่างนั้นอยู่ในที่เดียว ทำให้สามารถลด cost ได้ ซึ่งราคา overall แว่น + เลนส์ ก็ถูกกว่าจริงครับ

ซึ่งจะมีเลนส์ให้เราเลือก 3 แบบคือ Daily Use สำหรับใช้งานทั่วไป ตัดแสงฟ้าได้ 25% (ตัวนี้จะมีอัตราการตัดแสงฟ้าเท่ากับ HOYA Blue Light Cut ที่เราตัดตามร้านแว่น) Heavy Use สำหรับคนที่ใช้สายตาหน้าคอมเยอะมากๆ เอาจริงก็คือคนทำงานออฟฟิศนั่นแหละ ตัดแสงฟ้าได้ 38% และสุดท้าย Night Use สำหรับคนที่ใช้สายตามันทั้งวัน กลางคืนก็ยังชอบเอามือถือมานั่งแชท เอ๊ะ ไม่น้อยนะ อันนี้ตัดแสงฟ้าได้ 60% ซึ่งทั้งสามแบบภาพที่มองผ่านเลนส์จะมีความเหลืองแบบรู้สึกได้อยู่แล้ว (แต่แบบ Night นี่น่าจะเหลืองมากๆ) โดยวันที่ผมไปตัดนั้นก็ได้รับบริการวัดสายตาที่ดีมากๆ สมกับเป็นชาวญี่ปุ่น (แต่มีปัญหาการสื่อสารเป็นครั้งคราว เพราะมีการปรับค่าสายตา ถึงกับเอาล่ามภาษาอังกฤษมาพูดผ่าน iPad เลยทีเดียว) ซึ่งเราก็อยากได้ตัว Heavy เพราะอยู่หน้าคอมบ่อย เอาให้มันเหลืองกันไปข้าง! แต่พนักงานแจ้งว่ามาว่าถ้าจะเอาแบบ Heavy หรือ Night นี่ต้องรออีก 1 สัปดาห์ ขณะที่ Daily นี่รอรับได้เลย (รอ 20 นาที ไปเดินดูกันดั้มก่อนได้) ตอนนั้นก็รอไม่ได้แล้วเพราะต้องบินกลับพรุ่งนี้เช้า ก็เลยยอมตัด Daily เพราะตัว Daily ก็กรองได้ในระดับที่ใช้งานได้โอเค แต่หลังจากชำระเงินพบว่าต้องจ่ายเพิ่มประมาณ พันหน่อยๆ (บาท) อะไรฟะ! ซึ่งพยายามเข้าใจว่าที่บอกว่าแถมฟรีนี่คือเลนส์ที่ไม่ใช่เลนส์มีชาติตระกูล แต่ก็อะๆ เอาวะ มาถึงขนาดนี้แล้ว อีกทั้งพันหน่อยๆ นี่มันก็ยังถูกกว่าเลนส์ HOYA Blue Light Cut แบบไม่มีค่าสายตาในเมืองไทยด้วยซ้ำ

ซึ่งถ้าค้นคำว่า JINS ใน Google Thailand ก็จะเริ่มได้ผลการค้นมากขึ้นแล้ว เพราะมีคนไปโพสถามกันใน Pantip บ้าง มีแม่ค้าออนไลน์รับหิ้วมาขายบ้าง แต่………

ความจริงแล้วเลนส์ JINS ก็ผลิตโดย HOYA นั่นเอง ผ่างงง งง ง

เพราะฉะนั้นถ้าตัด HOYA เมืองไทยก็ให้รู้ว่าไม่แตกต่าง แต่ถ้าเป็น Heavy กับ Night นี่ไม่แน่ใจว่า HOYA ทำขายด้วยไหม เพราะเท่าที่เคยตัดในร้านแว่น ไม่ได้มีการซอยย่อยแบบนี้

ถ้าใครไปญี่ปุ่นและกำลังมองแว่นใหม่ก็ลองแวะกันไปได้เลย เห็นว่ามีหลายสาขา แต่สาขาที่ผมไปอยู่ที่ DiverCity Tokyo (ตึกที่มีกันดั้ม)

JINS

JINS

REVIEW: Hoya Remark + BlueControl เลนส์เพื่อมนุษย์หน้าคอม (และ Smartphone)

*บทความนี้ใช้ได้กับผู้ที่มีสายตาปกติด้วยนะครับ

ในชีวิตประจำวันของคนเราสมัยนี้จะโดยเฉพาะมนุษย์ออฟฟิศ จะพบว่ามีการใช้สายตาจ้องหน้าคอมอยู่ตลอดเวลา แถมพอละสายตาจากจอคอมก็ไม่พ้นจะต้องมาจ้อง Smartphone ต่อ ทำให้หลายๆ คนเริ่มเกิดอาการปวดตา ตาล้า แสบตา จนถึงขั้นปวดหัวกันเลยทีเดียว วันนี้ผมเลยมา Review เลนส์แว่นตาที่จะช่วยลดอาการดังกล่าว (ป.ล. อีกเช่นเคย ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับ Hoya ใดๆ ทั้งสิ้น ถ้า Hoya เห็นว่าบทความผมช่วยให้ท่านขายเลนส์ได้มากขึ้นจะมาให้ตังค่าขนม ผมก็ยินดีนะครับ 555)

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเลนส์ Remark คืออะไร ?

สำหรับคนสายตาสั้นที่ใส่แว่นจะเข้าใจดีว่าเราจะต้องเลือกเลนส์ที่พอดีกับสายตาท่าน ถ้าท่านเลือกเลนส์ที่กำลังต่ำไป ถ้าก็จะมองไกลไม่ชัด แต่ถ้าสูงไป ท่านจะเห็นภาพชัดเกินไป (ใช่ครับ ชัดเกินไป จนภาพดูเล็กลง) ซึ่งทำให้ท่านต้องเพ่งสายตามากขึ้น ซึ่งปกติแล้วเมื่อท่านเลือกเลนส์ทั่วไปมาใส่ ช่างแว่นก็จะวัดเลนส์ที่ทำให้ท่านมองไกลได้ชัดเจน แต่ปัญหาคือ ขณะที่ท่านมองใกล้ ท่านจำเป็นต้องใช้กำลังขนาดนั้นหรือ ?

แน่นอน คำตอบคือ ไม่ใช่ 

ฉะนั้นเลนส์ Hoya Remark จึงได้ออกแบบมาให้มีการลดทอนค่าสายตาในขณะที่ท่านมองสิ่งใกล้ๆ ครับ เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์, Tablet และ Smartphone โดยกราฟด้านล่างเป็นการแสดงให้เห็นภาพว่าเมื่อมีการลดทอนค่าสายตา จะช่วยลดอาการเมื่อยล้าของตาท่านได้อย่างไร

lens-remark7

จะเห็นว่าเลนส์ Hoya Remark ไม่ได้ทำให้ท่านเป็นซุปเปอร์แมนมองจอคอมได้โดยไม่ปวดตาเลย แต่เป็นการช่วยลด Workload ของตาได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้เลนส์ยังออกแบบให้เราไม่รู้สึกปรับตัวยากเมื่อมองไกลๆ อีกด้วย ทำให้ใส่แว่นแล้วใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งการตัดเลนส์ Remark นั้นจะเป็นการสั่งทำจาก Lab ของ Hoya ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วัน โดยซองที่ใส่เลนส์มาจะมีลักษณะแบบนี้ครับ

Hoya Remark

รหัส RE16B หมายถึง Remark ค่า Index 1.6 type B ครับ (type B มีค่า addition ที่ +88 ซึ่งมากสุดเท่าที่เลนส์ถนอมสายตาจะทำได้ในปัจจุบัน) ส่วน HARD-BG หมายถึง เคลือบโค้ดหนาและ BlueControl ครับ

และแน่นอน ท่านซื้อเลนส์ก็ต้องถามหาบัตรรับประกันครับ (แต่เลนส์เกรดดีเหล่านี้จะสลักรหัสบนเนื้อเลนส์ด้วยเลเซอร์อยู่แล้วด้วยครับ ตรงนี้ขอให้ตรวจสอบให้ดีเพื่อป้องกันการถูกหลอกโดยร้านแว่นนะครับ)

IMG_0092

Hoya BlueControl

เป็นที่ทราบกันดีว่าตอนนี้กระแสภัยอันตรายจากแสงฟ้ามาแรงมาก จนฟิล์มมือถือบางยี่ห้อใช้นำมาเป็นจุดขายทางการตลาดของตนเองเป็นที่เรียบร้อย แต่ BlueControl ของ Hoya นี้ค่อนข้างจะเชื่อมั่นได้ในประสิทธิภาพการตัดแสงฟ้าจริง ด้วยความที่เป็นบริษัทเลนส์โดยเฉพาะ และมีผลการวิจัยที่น่าเชื่อถือกว่า โดย BlueControl นี้มีแบบที่ไม่มีค่าสายตา สำหรับคนสายตาปกติด้วยครับ ตามภาพ

IMG_0090

ซึ่งเมื่อไม่มีค่าสายตา การที่ใช้ index 1.55 ก็ไม่ทำให้เลนส์หนาแต่อย่างใด ทำให้ราคาของ BlueControl ที่ไม่มีค่าสายตามักมีราคาถูกกว่าอีกด้วย (ไม่ควรเกิน 2,000 บาทครับ) โดยสีเลนส์จะมีลักษณะฟ้าอมม่วงตามภาพ

IMG_0096

และเมื่อนำเลนส์ไปวางบนวัตถุสีขาวจะเห็นความต่างได้อย่างชัดเจน

IMG_0097

โดยจะพบว่าภาพที่ได้จากเลนส์มีสีที่เหลืองขึ้น (แต่ในการใช้จริง เราจะไม่รู้สึกเท่าไหร่ครับ) เนื่องจากแสงฟ้าได้ถูกกรองออกไปแล้ว

สรุป ในส่วนของเลนส์ Remark นั้นจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงซึ่งผู้ใส่ถึงจะมีสายตาปกติก็ต้องเข้าทำการวัดเลนส์ให้เหมาะสมกับตนเอง ส่วน BlueControl นั้นเป็นเลนส์ stock (ไม่ต้องสั่งทำ) ผู้ที่มีสายตาปกติสามารถเดินเข้าร้านแว่นแล้วตัดมาใส่ได้เลยครับ ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้มีสุขภาพตาที่ดี อยู่กับเราไปนานๆ รวมถึงไม่เป็นเหยื่อของร้านแว่นและการตลาดเรื่องแสงฟ้าอีกด้วยครับ