Tag: eBay

ซื้อของออนไลน์ แค่ Lazada คงยังไม่พอ มาดู AliExpress, Amazon และ eBay กัน

ช่วงหลังการซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องปกติ ในเมืองไทยก็มีหลายเจ้า และบางทีซื้อจากเมืองไทยก็อาจไม่เพียงพอ เพราะไม่มีขาย หรือมีขาย แต่ขายแพงเกิน วันนี้เลยมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของ E-Commerce แต่ละเจ้าทั้งไทยทั้งเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการชีวิตการซื้อของออนไลน์ของทุกท่าน

Lazada

เริ่มที่หมายเลขหนึ่งในไทยอย่าง Lazada ซึ่งมีของตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ (แต่ก็ไม่ได้ครบนะ) ข้อดีคือมีร้าน Official Shop แบรนด์ใหญ่ๆ มาเป็นพันธมิตรเลย บวกกับการเล่นโปรโมชั่นที่มีมาเป็นสีสันเรื่อยๆ (ช่วงหลังอย่าแปลกใจถ้ามันขี้เหนียวคูปอง เพราะมันขาดทุนมานาน ขอเอาคืนบ้าง) รวมถึงหน้าตา Interface ที่ใช้งานง่าย และดูดีกว่าเจ้าอื่นในไทยด้วยกัน แถมตอนคืนของ ก็คืนได้ง่ายมากที่ 7-11 แต่ข้อเสียตามประสา Marketplace คือ ร้านหรือคนขายที่ไม่ Official ชอบตั้งราคามั่วนั่นเอง (มั่วแล้วก็หั่นราคาที่ไม่มีอยู่จริงเล่น)

จุดแข็งของ Lazada คือการมีพันธมิตรใหญ่ๆ มาจับมือด้วย การที่ Apple มาวางสินค้าใน Platform นี้ถือเป็นเรื่องใหม่มากๆ แถมยังมีจัดโปรโมชั่นลดเยอะกว่าปกติอีก (Apple เป็นบริษัทที่แทบไม่จัดโปรอยู่แล้ว)
แต่อนิจจา ลดราคา แล้วของหมดเกือบทุกอันคืออัลไล??

Shopee

หนึ่งในเจ้าที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ แถมบางทียังแซงยอดดาวน์โหลดจาก Lazada ใน App Store ด้วย จำนวนสินค้าดูจะไม่มากเท่า แต่ข้อดีคือมีความ Variety สูงตามประสา Marketplace (ซึ่งก็เป็นข้อเสียในตัว ทำให้ของดูมั่วๆ ในระดับนึง) จะเปลี่ยนสถานะเป็นคนขายก็ง่าย (มี Feeling ของ Kaidee ปนหน่อยๆ) ตอนจ่ายตังก็จะดูงงๆ กว่าหน่อยในครั้งแรก ส่วน Official Store ก็มีในระดับนึง แต่ไม่มากเหมือน Lazada

จะขายก็กดถ่ายรูปกันเลย ยังกะ Kaidee
ตอน Checkout ตอนแรกจะรู้สึกแปลกตาหน่อย (แถมยังจะมาขายของตอน Checkout อีก)

และที่ขาดไม่ได้ที่จะต้องแนะนำคือ บางทีของอย่างเดียวกัน ที่ Shopee กลับถูกกว่า Lazada และ 11Street มากๆ อันนี้ต้องระวัง (เพราะเกือบสั่งสินค้านี้จาก Lazada แล้ว แต่มาเปิดเจอที่ Shopee และสั่งจากที่นี่ก็ได้ของดีไม่แตกต่าง)

ราคาต่างกันเว่อร์ๆ

ทีนี้ ถ้ากลัวว่าตัวเองจะเผลอซื้อของราคาแพงโดนไม่ได้ตั้งใจ ก็มีแอพที่ช่วยตรวจเช็คราคาอย่าง Priceza (ซึ่งยังงงกับ Business Model ของมันอยู่ ว่าไอ้ Priceza นี่มันจะทำเงินเป็นเรื่องเป็นราวได้อย่างไร…)

เช็คก่อนปลอดภัยกว่า

11 Street

เจ้านี้มาทำตลาดแรงๆ ช่วงหลังๆ แต่เมื่อเทียบกับสองเจ้าบน ดูง่อยพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาแอพ ความง่าย และลูกเล่น เลยไม่ขอเอ่ยถึงมากนัก

แอพง่อย และพัฒนาช้า เหมือนไม่ค่อยมีคนพัฒนา (ยังไม่ support iPhone X เลย)

ว่ากันด้วยแอพต่างประเทศกันบ้าง

Amazon

เจ้าแรก เจ้าใหญ่ มีทุกสิ่งอันตัวจริงเสียงจริง แต่ข้อเสียสำหรับขาช้อปชาวไทยที่สำคัญคือ ค่าขนส่ง + ภาษี ถ้าของมีราคาประมาณนึงก็จะพอไหวกับค่าส่ง แล้วก็ไปลุ้นภาษีเอาว่าจะรอดหรือไม่รอด (ถ้าของใหญ่ๆ ไม่ได้หมายถึงขนาด แต่หมายถึงราคา มักไม่ค่อยรอด 55 จมูกศุลกากรเค้าดี) นอกจากนี้ของอีกหลายๆ อย่างก็ไม่สามารถ Ship มาที่ไทยได้ (เค้าจะแยกของที่สามารถสั่ง International ได้ออกจากโซน US ซึ่งมักจะราคาสูงกว่าเวอร์ชั่น US เช่น Kindle ด้านล่าง)

ตัวอย่างการสั่งซื้อ Kindle ค่าส่งพอได้ แล้วไปลุ้นภาษีเอา เคยสั่งครั้งนึง นานแล้ว ปรากฏว่ารอดภาษี คือตัวที่เค้าเขียนว่า Import Fees Deposit ชื่อ Deposit ก็คือกันเงินไว้เผื่อ อาจจะไม่ต้องจ่ายก็ได้ ถ้าไม่โดนเก็บ แต่ตอนตัดเงินกับ Amazon เค้าจะเรียกเก็บไปก่อน แล้วค่อยคืนตอนรอด
แต่ถ้าเอาไปสั่งหนังสือนี่จะไม่คุ้มเท่าไหร่ ค่าส่งก็เท่ากับค่าหนังสือแล้ว แต่ถ้าสั่งหลายเล่มก็ได้ลดลงไป แต่ก็ยังคิดค่าส่งแยกเป็นเล่มๆ ฉะนั้นจะซื้อต่อเมื่อหาไม่ได้จาก Kinokuniya บ้านเราเท่านั้น

AliExpress

เป็น Alibaba เวอร์ชั่นขายปลีกนั่นเอง เจ้านี้เด็ดดวงมาก เพราะก็คือเราไปหาซื้อของจีนในราคาจีน แถมส่วนใหญ่ไม่คิดค่าส่งอีกตะหาก เพราะส่งใกล้ๆ แค่จากจีน (อาจจะรวมในราคาสินค้า แต่ก็ยังถือว่าราคาดีมากๆ) จึงแนะนำมากๆ สำหรับผู้อ่าน เพราะของหลายอย่าง ซื้อในไทยแพงกว่าที่นี่ครับ แต่ข้อเสียคือ รอนานหน่อยเมื่อเทียบกับเจ้าของไทยอย่าง Lazada

หน้าจอใช้ง่าย สะอาดตา
ฟีเจอร์สุดยอดคือ เห็นของชิ้นไหนแล้วอยากซื้อก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายได้เลย แต่อันนี้ไม่แม่นนะ สแกน Fenix 5 แต่โชว์อะไรมาไม่รู้ 55
อันนี้หาซื้อตัวรอง Viewfinder ของกล้อง D750 ศูนย์ไทยคือแพงมาก และก็สาย Stainless 3rd Party ของ Garmin (เพราะราคาของแท้ แพงเว่อร์วังมาก)

eBay

เจ้านี้ดั้งเดิมแท้ๆ คือ เอาไว้ประมูล แต่ช่วงหลังๆ ก็ไม่ค่อยต้องประมูลแล้ว เพราะมักเอาของใหม่มาขายมากกว่า เลยตั้งราคาซื้อได้เลย บางครั้งอาจมีฟังก์ชั่นให้ต่อรองด้วย ของก็มาจากหลากหลายประเทศ ถ้าสั่งจากแถวจีน ฮ่องกง ก็มักจะไม่แพง (แต่แบบนั้นไปสั่ง AliExpress จะดีกว่า) เมื่อก่อนผมก็สั่งจากที่นี่บ่อย แต่ช่วงหลังขี้เกียจแล้ว เพราะหลายๆ ครั้งก็ไม่ได้ถูกกว่าซื้อในไทยนะ เหมาะกับการไปหาของหายากมากกว่า

ของเก่า ของสะสม ของหายาก ต้องมาหาที่นี่เลย
จะเห็นว่าการสั่งจากอีเบย์ไม่ได้ถูก แต่แค่มันมีของที่เราหาซื้อตรงๆ ในไทยไม่ได้ (Amazon ก็ไม่ส่ง) เท่านั้นเอง

สุดท้าย เรื่องการจ่ายเงินผ่าน eBay คือการใช้ PayPal เพราะตอนช่วงแรกที่ผมใช้ PayPal ก็คือตอนซื้อของจาก eBay นี่แหละ แต่จริงๆ แล้วพบว่ามีประโยชน์มาก เพราะการซื้อผ่าน PayPal เราจะมีอำนาจต่อรองอีกขั้นนึง นอกเหนือจาก Platform เช่น ซื้อของจาก Lazada ก็จะได้รับการปกป้องจาก Lazada ระดับนึงแล้ว แต่ถ้าจ่ายด้วย PayPal ก็จะได้รับการปกป้องจาก PayPal ด้วย ผมเคยมีกรณีที่ต้องการคืนสินค้ากับ eBay แล้วทางร้านยึกยัก ถ้าใช้ PayPal เคลียร์แล้วจบ (และมักจะเข้าข้างฝ่ายคนซื้อซะด้วย)

หน้าจอใช้งานง่าย ระบบรักษาความปลอดภัยสูง
ช่วงหลังมี PayPal.me เหมาะสำหรับรับโอนเงินได้เลย (ใครอยากบริจาคทำบุญทำทานเว็บนี้ก็เชิญเลยนะฮะ)

หวังว่าคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้ามีอะไรใหม่ๆ มาเพิ่ม จะมาเล่าสู่กันฟังใหม่