Tag: วงล้อแห่งความทุกข์

ธรรมจักร วงล้อแห่งความทุกข์ และการหมุนกลับของวงล้อ

สมัยผมเป็นเด็ก พ่อแม่ผมเคยพาผมไปที่พุทธมณฑลซึ่งจะมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และสิ่งๆ ซึ่งถูกเรียกว่า “ธรรมจักร” และผมก็สงสัยว่ามันคืออะไร มีความหมายอย่างไร เนื่องจากสมัยผมเป็นเด็กยังไม่มี Google ผมก็เลยเก็บความสงสัยไว้ในใจจนลืม ต่อมาเมื่อเห็นสัญลักษณ์ของธรรมศาสตร์ ซึ่งเค้าก็เรียกว่าตราธรรมจักร ซึ่งผมก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่ดีพอว่ามันคืออะไรกันแน่ (เห็นแต่พวกนักศึกษาเอามาติดหน้าอกโชว์ว่าเป็นเด็กธรรมศาสตร์)

จนผมเริ่มเข้าถึงหลักที่เรียกว่า “ปฏิจจสมุปบาท” ซึ่งอธิบายเหตุแห่งการเกิดทุกข์ ซึ่งเริ่มจาก อวิชชา คือความไม่รู้ ไม่รู้ในธรรมชาติอันแท้จริงว่ามีกิเลส 3 ตัว คือ โลภ โกรธ หลง เป็นรากเหง้า (ไม่รู้ในความหมายนี้ เป็นความไม่รู้ในระดับจิตใต้สำนึก แม้จิตสำนึกจะรู้และเข้าใจก็ไม่มีประโยชน์อันใด เพราะจิตใต้สำนึกยังคงเคยชินต่อการโต้ตอบด้วย โลภ โกรธ หลง) ซึ่งทำให้เกิดสังขารเป็นการปรุงแต่งตอบโต้ จนกลายเป็นนิสัยเคยชินกับการปรุงแต่ง และยิ่งทำให้สังขารหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ วงล้อแห่งความทุกข์จึงหมุนไปดังนี้

ความไม่รู้จริง (อวิชชา) เป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร
สังขารเป็นปัจจัย ให้เกิดวิญญาณ
วิญญาณเป็นปัจจัย ให้เกิดใจ(นาม) และกาย(รูป)
ใจและกายเป็นปัจจัย ให้เกิดอายตนะ 6
ผัสสะเป็นปัจจัย ให้เกิดเวทนา
เวทนาเป็นปัจจัย ให้เกิดตัณหา
ตัณหาเป็นปัจจัย ให้เกิดอุปาทาน
อุปาทานเป็นปัจจัย ให้เกิดภพ
ภพเป็นปัจจัย ให้เกิดชาติ
ชาติเป็นปัจจัย ให้เกิดความชรา ความตาย
พร้อมกับความโศกเศร้า ความคร่ำครวญ ความทุกข์ โทมนัส คับแค้นใจ

การเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งปวง จึงมีด้วยประการฉะนี้

และเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ เมื่อขจัดเหตุเสียได้ ก็จะไม่เกิดผลตามมา เช่นนี้แล้ว วงล้อแห่งความทุกข์จึงสามารถหมุนกลับได้ดังนี้

เพราะความไม่รู้จริง (อวิชชา) ถูกขจัดไปไม่เหลือ
การปรุงแต่ง (สังขาร) จึงไม่มี
เพราะไม่มีการปรุงแต่ง วิญญาณจึงดับ
เพราะวิญญาณดับ ใจ(นาม) และกาย(รูป) จึงดับ
เพราะใจและกายดับ อายตนะ 6 จึงดับ
เพราะอายตนะ 6 ดับ ผัสสะจึงดับ
เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ
เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ
เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ
เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ
เพราะภพดับ ชาติจึงดับ
เพราะชาติดับ ความชราและความตายจึงดับ
พร้อมกับความโศกเศร้า คร่ำครวญ ความทุกข์ ความโทมนัส ความคับแค้นใจ

กองทุกข์ทั้งปวงจึงดับ ด้วยประการฉะนี้

และนี้คงจะเป็นความหมายที่แท้จริงของ ธรรมจักร …