Tag: บัตรเครดิต

วิธีใช้บัตรเครดิตหลายธนาคารให้คุ้มที่สุด แถมไม่ต้องปวดหัวตอนจ่ายบิล

ผมเป็นคนหนึ่งที่มีบัตรเครดิตอยู่หลายธนาคาร (ไม่รู้แบงค์ชาติทำไมยอมให้มีได้เยอะขนาดนี้ 55) แน่นอนว่าแต่ละธนาคารย่อมเสนอผลประโยชน์เพื่อแข่งกัน คนที่ใช้หลายใบก็เลยได้อานิสงค์ไปด้วย (ไม่นับถึงคนที่ใช้จนเป็นหนี้หัวโตนะครับ) ทีนี้ปัญหายุ่งยากของคนที่ใช้บัตรหลายธนาคารก็คือตอนจ่ายเงิน ครั้นจะจ่ายจากธนาคารที่ตัวเองมีเงินเข้าเยอะไปยังธนาคารอื่น ก็เสียค่าธรรมเนียม ครั้นจะต้องคอยเอาเงินไปจ่ายหน้าเคาน์เตอร์ หรือเอาเข้าเครื่อง ADM ก็เสียเวลา (โดยส่วนใหญ่ก็ทำแบบนี้กันเดือนละครั้ง) แต่ตอนนี้มี Solution ที่ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ซึ่งต้องขอบคุณเทคโนโลยีดิจิตอลที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ก่อนอื่น ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอรีวิวข้อดีข้อเสียของบัตรที่ผมถือคร่าวๆ (หวังว่าคงไม่ยาวไป) เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านได้บ้าง

Citi ROP Select 
ข้อดี
– เจ้านี้โปรเยอะน่าจะที่สุด ได้ส่วนลดหลายอย่าง
– อัตราแลกไมล์ที่ 20 บาท = 1 ไมล์การบินไทย ถือว่าค่อนข้างดี (แต่ก็ไม่ได้ดีมากนะ)
– แอพอัพเดท Transaction เร็วมาก
– ระบบจดจำเสียง Biometric ทำให้ Call Center ดูปลอดภัยกว่าชาวบ้าน (บอกตรงๆ ที่ Call Center บัตรถามนี่ ไม่ได้ยากเลย ถ้าเรารู้เรื่องของคนที่ถือบัตรดีพอ ก็ตอบแทนได้แล้ว)
ข้อเสีย
– เกรียน ชอบยัดเยียดสิ่งที่เราไม่ต้องการโดยไม่จำเป็น
– บัตร ROP เสียสิทธิ์หลายอย่างที่บัตรอื่นของ Citi มี นั่นคือไม่มีแต้มแบบบัตรอื่น เติมน้ำมัน Shell ก็ไม่ได้ส่วนลด
– ต้องคอยเวฟ เพราะเรทเวฟอัตโนมัติสูง (ต้องใช้ครบ 300,000 บาท) ถ้าเวฟไม่ได้ก็ปล่อยไปเถอะ
– การจ่ายเงินไม่สะดวก ต้องคอยไปจ่ายตามโลตัส บิ๊กซี (แต่ดีหน่อย ช่วงนี้มีโปรจ่ายผ่าน K-PLUS ไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ปรับยอดช้านะ)

Krungsri Signature
ข้อดี
– โปรเยอะเป็นอันดับต้นๆ
– พอเป็น Signature ก็จะได้สิทธิ์ที่ค่อนข้างดีขึ้นมาหน่อย เช่น ดูหนังฟรี 2 ที่ในเดือนเกิด เป็นต้น (พวกลดอาหารโรงแรม หรือลดตั๋ว Embassy ไม่ได้ใช้ ไม่มีตัง หรูไป)
– แอพดีมากๆ สะอาด ใช้ง่าย แต่ก็ยังมีจุดให้ปรับปรุงอยู่บ้าง
– สาขาธนาคารคนไม่เยอะ ฝากเงินง่าย
– Signature Call Center โทรติดง่ายมาก ไม่ต้องคอยกด 0 กด 1 หรือรอสายให้เสียเวลา
ข้อเสีย
– เฉพาะใบนี้ต้องใช้ให้ครบ 300,000 ถึงจะเวฟอัตโนมัติ (ใครแม่งจะคอยไปใช้ให้ครบ 300,000 ตลอดวะ ไม่ใช่สายเปย์เฟ้ย)

UOB Privimiles
ข้อดี
– 18 บาท = 1 ไมล์
– ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อดีไหม ปกติใบนี้ต้องใช้ครบ 2-300,000 ถึงจะเวฟอัตโนมัติ แต่ที่สมัครใบนี้เพราะถูกอัญเชิญให้สมัคร และบอกว่าไม่มีค่าธรรมเนียมตลอดไป (มันจะตอแหลไหม ต้องรอดู)
ข้อเสีย
– โปรน้อยกว่าชาวบ้าน
– ส่งใบแจ้งยอดเป็นกระดาษเท่านั้น ไม่สามารถส่ง e-statement ได้ ต้องคอยมานั่งย่อยกระดาษ (ผมเกลียดกระดาษมาก ขอบอก)
– แอพค่อนข้างใช้ยาก
– สาขาธนาคารมีน้อย บางสาขาไม่มีตู้ ADM อีกซะงั้น

KBank Platinum
ข้อดี
– โปรโดยรวมดี แม้ช่วงหลังจะแผ่วๆ (ตอนนี้ออกบัตรใหม่ Passion แต่ขอบาย ขี้เกียจคอยทำยอดเพื่อเวฟ)
– แอพดี ไม่สวยเท่ากรุงศรี แต่ทำงานได้ครบดี
– เนื่องจากชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่จะใช้ธนาคารนี้ การมีบัตรของธนาคารนี้จึงมีความจำเป็นนิดๆ
– เงื่อนไขเวฟง่าย แค่ใช้ครบ 12 ครั้ง ไม่นับยอด เอาไปจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ตัดอัตโนมัติทุกเดือนก็ฟรีค่าธรรมเนียมแล้ว
ข้อเสีย
– ไม่ค่อยมี ถ้าใช้ฟรี ก็ถือไปเถอะ ในบรรดาทั้งหมดก็ถือเจ้านี่นานสุดละ

BBL AirAsia
ข้อดี
– โปรเติมน้ำมัน Esso, Caltex ลด 3% มีเกือบตลอด ชอบมาก
– ได้ Big Point AirAsia
– จ่ายค่ากองทุนบัวหลวงก็สะดวก
– อัตราเวฟอัตโนมัติต่อปีที่ 5,000 แค่เติมน้ำมันสองเดือนก็ผ่านแล้ว
ข้อเสีย
– ชอบส่งโปรแบบหว่านทางอีเมล์มาเยอะมาก (Opt-out ก็ไม่ได้ หาไม่เจอ) คือไม่ได้รู้จักพฤติกรรมลูกค้าเป็นรายบุคคล สร้างความน่ารำคาญ (เป็นทุกเจ้า แต่เจ้านี้เยอะสุด)

TMB So Fast
ข้อดี
– ทุกอย่างที่เกิน 1,000 บาท สามารถผ่อน 0% 3 เดือนได้หมด ทำรายการได้เองก็ง่ายผ่านเว็บ เหมาะกับความจำเป็นในการใช้แบบฉุกเฉินมาก (แต่พึงรู้ว่าถ้าใช้สิทธิ์นี้จะไม่ได้แต้ม ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างนะ)
– แอพบนเว็บดี ใช้ง่าย
– ฟรีค่าธรรมเนียม ถือเฉยๆ ก็ฟรี ไม่ต้องคอยมาสนใจเรื่องเวฟ
ข้อเสีย
– โปรน้อยกว่าชาวบ้าน (แต่ก็มักต่างจากชาวบ้าน)
– แอพมือถืองี่เง่า ถ้าไม่มีบัตร ATM คือใช้แอพไม่ได้

นี่ก็เป็นข้อดีคร่าวๆ เผื่อท่านใดมีความต้องการคล้ายๆ ข้อดีของบัตรจะได้เอาไปพิจารณานะครับ

เอาล่ะเรามาดูว่าวิธีจ่ายบิลที่ว่าง่ายนั้นทำกันอย่างไร ยกตัวอย่าง ผมมีบัญชีเงินเดือนของงานประจำเข้าทาง SCB (แต่ไม่ใช้บัตรเครดิต SCB ซะงั้นนะ) สมมติว่าผมต้องเอาเฉพาะเงินจาก SCB ไปจ่ายค่าบัตรเครดิต “ถึง 6 ธนาคารอื่น”

วิธีแรก PromtPay
ปกติแล้ว PromtPay จะอ้างอิงตามบัตรประจำตัวประชาชน กับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และการผูกบัญชีกับ PromptPay ก็แสนง่ายและรวดเร็ว
โดยเราสามารถผูกบัตรประชาชนไว้กับธนาคาร A
และผูกหมายเลขโทรศัพท์มือถือไว้กับธนาคาร B (สรุปโอนฟรีสองธนาคารแล้ว)
และเนื่องจาก PromptPay สามารถโอนเงินได้ครั้งละมากๆ โดยไม่มีค่าธรรมเนียม เราจึงควรผูกกับธนาคารที่เรามียอดค่าใช้จ่ายเยอะ

วิธีที่สอง True Money
อันนี้ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ กับผู้สร้างแอพนี้ แต่เห็นว่ามันสะดวกและมีประโยชน์ คือเจ้าแอพนี้ ณ ขณะนี้ ฟรีค่าธรรมเนียมในการโอนแทบจะทุกอย่าง และที่สำคัญคือสามารถจ่ายบัตรเครดิตได้แทบจะทุกธนาคาร (ยกเว้น Citi ..)

โดยเราสามารถนำเงินไปใส่เข้า True Money ได้ง่ายๆ ผ่านช่องทาง SCB (ตอนผูกบัญชีมีแถมตังมาให้ร้อยนึงด้วย ไม่รู้หมดโปรยัง) ซึ่งสามารถเติมเงินเข้าครั้งนึงได้ถึง 30,000 บาท

หรือจะโอนผ่าน KBANK ก็ได้ แต่จะได้น้อยกว่าคือแค่ครั้งละ 3,000

ทีนี้ จาก True Money เราก็สามารถจ่ายบิลบัตรของธนาคารที่เหลือได้หมดแล้ว แต่ข้อเสียคือต้องใช้เวลา 2 วันทำการ ถ้าบิลไหนต้องจ่ายด้วย True Money ก็อย่าไปจ่ายตอนวันครบกำหนด เดี๋ยวจะมีปัญหา (โดยส่วนตัวจ่ายทันทีที่ได้รับ e-statement อยู่แล้ว)

ก็หวังว่าที่เขียนมานี่จะมีประโยชน์ต่อคนที่ใช้บัตรเครดิตหลายธนาคารไม่มากก็น้อยนะครับ (ไปๆ มาๆ รีวิวบัตรซะเยอะ 55)