Tag: กองทุน

ลงทุนแบบง่ายๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือน

หลังจากเป็นผู้เป็นคนกับชีวิตมนุษย์เงินเดือนมาจนได้ที่ก็เริ่มจะพอเข้าใจเรื่องการลงทุนกับเขาบ้าง เพราะครั้นจะเอาแต่แรงและเวลาไปแลกเงิน ถ้าไม่มีเรี่ยวมีแรงก็คงจะไม่มีกิน วันนี้เลยมาเล่าสิ่งที่เรียนรู้จากการฝึกลงทุนกันครับ เริ่มจาก

กองทุนรวม LTF และ RMF ส่วนนี้มนุษย์เงินเดือนคงจะซื้อกันเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าไม่ซื้อก็คงเสียหายเพราะต้องจ่ายภาษีเต็มๆ เว้นแต่ท่านสามารถนำเงินไปลงทุนในทางอื่นจะเกิดผลงอกงามเอาชนะ Performance กองทุน + ภาษีตามฐานของท่าน แต่สิ่งที่จะเป็นคำถามถัดมาคือ จะซื้อกองทุนไหนดี ตรงนี้ขอแนะนำเว็บ WealthMagik เพราะมีการแสดง Performance ของกองทุนให้ได้เลือกสรรกัน (ในส่วน LTF ถ้าอยากได้เงินปันผลคืนกลับมาบ้างขอให้เลือกตัวที่เป็น LTF-D นะครับ แต่ RMF ไม่มีปันผล รออายุ 55 อย่างเดียว) ซึ่งแนะนำว่าซื้อไปเถิดให้เต็ม Max ก่อนที่จะไปลงทุนแบบอื่นๆ ส่วน RMF ที่หลายคนกลัว ก็ซื้อไปเถิด เพราะอย่างไรเสียเงินอยู่ในนั้นมันจะมีขาดทุนเป็นบางช่วง แต่ระยะยาวมันชนะเงินเฟ้อไม่ต่ำกว่า 2 เท่าแน่นอนสำหรับกองทุนที่มีคุณภาพดี แถมจริงๆ เมื่อบวกราคาหุ้นที่ขยับสูงขึ้น และเงินปันผลที่อยู่ในนั้น ผลตอบแทนเมื่อผ่านไปเป็นสิบปีจะเพิ่มขึ้นจากเงินต้นได้เยอะมากๆ

และถ้าใครมีเวลาดูทิศทางตลาดหุ้นได้ก็สามารถซื้อกองทุนในราคาที่ถูกได้อีกด้วย แต่คนส่วนใหญ่ดันไปซื้อพร้อมๆ กันในช่วงปลายปี ซึ่งราคาก็ขยับขึ้นไป ซื้อแพงกว่าที่ควรจะเป็น

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อันนี้สำหรับบริษัทที่จัดหามาให้ ซึ่งตอนนี้มักจะมีให้เราเลือกว่าจะลงทุนแบบไหน หนักในตราสารหนี้ หรือในหุ้น บางคนดู Performance แบบผิวๆ ในช่วงที่หุ้นตก เห็นขาดทุนก็กลัวซะขี้หดตดหาย ซึ่งจริงๆ แล้วในระยะยาว (ไม่ต่ำกว่า 3 ปี) การลงทุนในหุ้นจะได้ผลตอบแทนที่มักจะสูงกว่าเสมอ จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็ควรให้มีหุ้นผสมครับ ไม่งั้นแพ้อัตราเงินเฟ้อแน่นอน

นอกจากนี้สำหรับคนที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและออกจากงานเดิม ขณะที่งานใหม่ก็ยังต้องรอผ่านทดลองงานก่อนจึงจะย้ายเข้ากองทุนใหม่ได้ การเอาเงินออกมาทันทีจะทำให้เราเสียผลประโยชน์หลักๆ คือการจ่ายภาษี ณ ขณะนี้ยังมีทางเลือกนอกจากการ hold เงินไว้ (ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 500 บาท) เรายังสามารถย้ายเงินกองทุนนี้เข้าไปอยู่ใน RMF แทนได้ (แต่กองทุน RMF ต้องรองรับด้ว ซึ่งลองค้นหาดูได้ไม่ยาก)

หุ้น ปัจจุบันผู้ที่ใช้แทนตัวเองว่าเล่นหุ้นมักจะเป็นพวกซื้อมาขายไป หาเงินจากส่วนต่างของราคาหุ้น (พวกที่วันๆ นั่งจ้องราคาหุ้นบน Streaming) ซึ่งบางคนอาจทำได้ดีก็ได้ แต่สำหรับผม จากประสบการณ์ มันไม่ต่างอะไรกับการพนันอย่างนึงเลย เพราะจริงๆ แล้วหุ้นควรเป็นการลงทุนที่เราเลือกบริษัทที่ดี เพื่อให้ได้ปันผลจากกำไร และราคาหุ้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จากการดำเนินงานของกิจการที่ดีมากกว่า และโชคดีมากที่ตอนนี้มีเว็บดีๆ อย่าง Jitta ซึ่งช่วยเราประเมินพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัวเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนประกอบกับข้อมูล Factsheet จาก SET ย้ำเสมอว่าควรดูประกอบกันให้ครบ เพราะการลงทุนในหุ้นด้วยตัวเองถือว่ามีความเสี่ยงมาก สมัยก่อนผมเคยลงทุนในหุ้นอสังหาริมทรัพย์ตัวนึงที่เหมือนจะดูดี แต่ไม่ได้รู้เลยว่าพื้นฐานราคาควรจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งทำให้ขาดทุนไปถึง 50% (ไปดูกราฟย้อนหลังได้ครับ สำหรับหุ้นตัวนี้) ฉะนั้นระวังให้มากๆ ก่อนตัดสินใจ แต่ถ้าตัดสินใจแล้วก็ควรถือซักพัก (ไม่ต่ำกว่าไตรมาส) เพื่อดูว่าพื้นฐานเปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนค่อยตัดสินใจว่าจะขาย ไม่ใช่ Short, Cut Loss โดยเกิดจากความตื่นกลัวของตลาดหุ้นไทยจอมไร้เหตุผล

หวังว่าบทความนี้จะช่วยอะไรท่านๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ