Category: ไลฟ์สไตล์

หลับดีขึ้นมาอีกนิดกับ Bose noise-masking sleepbuds

โดยปกติผมเป็นคนหลับค่อนข้างยาก เลยหาเครื่องมือช่วยโดยเฉพาะหูฟัง ซึ่งปัจจุบันก็มีแบบ Noise Cancelling (ของ Sony) ใช้สำหรับตัดเสียงคลื่นความถี่ต่ำ เช่น เสียงเครื่องยนต์รถ หรือเครื่องบิน จึงเหมาะสำหรับขึ้นเครื่องมาก แต่พอเอามาใส่นอนบนเตียง ด้วยความที่รูปทรงมันต้องคล้องที่คอ ทำให้ไม่เหมาะ หรือหูฟังแบบปกติก็มักจะรู้สึกเกะกะตลอดเวลา

Bose ก็เลยออกแบบหูฟังเอาไว้ตอบโจทย์ โดยออกแบบให้รู้สึกเกะกะน้อยที่สุด ในชื่อ Bose noise-masking sleepbuds สาเหตุที่มันเรียกว่า “noise-masking” เพราะมันทำหน้าที่อุดหูให้เสียงรบกวนลดลง และใช้เสียงของมันกลบเสียงภายนอก (masking) ไม่ได้มีความสามารถในการตัดเสียงแต่อย่างใด เข้าใจว่าการใช้วงจรตัดเสียง ต้องการพื้นที่ในการใส่วงจร รวมถึงที่ใส่แบตเตอรี่ที่ใหญ่มากพอ เนื่องจากตัวนี้มันเล็กมาก จึงไม่สามารถใส่ลงไปได้

วัสดุโดยรวม ดูดีตามมาตรฐาน Bose

ในเมืองไทยอัศวโสภณ (บริษัทขูดเลือดขูดเนื้อ ผมไม่นิยมอุดหนุน) ขายตั้ง 11,900 บาท พอดีผมไปที่เยอรมัน เลยไปซื้อที่นั่นได้ราคาปกติที่ชาวโลกเค้าขายกันคือ 9,900 บาท แถมได้คืนภาษีมา 900 สรุปได้มา 9,000 ถ้วน แถมลำโพงบลูทูธของ Bose เอาไว้ติดจักรยานได้อีก

และที่สำคัญพึงรู้ไว้ว่ามันไม่สามารถเล่นเพลงได้นะ ต้องใช้เฉพาะเสียงช่วยนอนที่มากับแอพของมันเท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดเสียงเพิ่มได้ แต่เมมในหูฟังเต็มเร็วนะ บางทีต้องลบเสียงเดิมที่อยู่หูฟัง เพื่อดาวน์โหลดอันใหม่เข้ามา

เนื่องจากมันบังเสียงภายนอกได้ดีประมาณนึง อาจทำให้เราไม่ได้ยินเสียงปลุกภายนอก จึงสามารถตั้งปลุกจากหูฟังได้ด้วย

โดยภาพรวมถือว่าดีนะ อาจจะไม่ได้วิเศษขนาดช่วยหลับได้ แต่เสียงมันก็ฟังเพลินๆ ให้หลับได้เหมือนกัน อีกทั้งยังลดเสียงกรนจากคนรอบข้างได้ค่อนข้างดี ความสบายของหูฟังไม่ได้สุดยอดอย่างที่บางคนโฆษณา (บางคนโฆษณาเว่อร์มาก) แต่ก็ไม่ได้รำคาญอะไร ถือว่าใส่แล้วรำคาญน้อยกว่าหูฟังอื่นๆ

ถ้าราคา 9,000 สำหรับผมยังพอรับได้ ส่วนราคาไทย ขอบาย ใครอยากได้ ถ้าไป ตปท ไม่ต้องไกลมาก แค่สิงคโปร์ก็ซื้อติดมือมาได้ สินค้าของ Bose ปกติ ประกัน Worldwide นะ มีแต่อัศวโสภณนี่แหละที่เคยได้ยินว่าต้องซื้อจากร้านเค้าเท่านั้น ถึงจะเคลมได้ ซึ่งถ้าเป็นตัวแทน Bose ที่ได้รับการแต่งตั้งจริง จะซื้อที่ไหนบนโลกก็ควรเคลมได้ครับ (แต่ปกติสินค้า Bose จะไม่พังง่ายนะ ถ้าไม่นับสายแบบนุ่มๆ ในหูฟังรุ่นเก่าๆ)

 

ฟังเสียงจาก YouTube ได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอมือถือ

เชื่อว่าหลายๆ คนชอบเปิดเพลงหรือฟังรายการต่างๆ จาก YouTube แต่จริงๆ ก็ฟังแต่เสียง ครั้นพอจะเปิดนานๆ ก็กินแบตมือถือไปเร็วมาก เพราะต้องเปิดหน้าจอไว้ด้วย แต่พอะปิดหน้าจอ แอพ YouTube ก็ปิดตามไปด้วย วันนี้เลยเอาแอพที่ทำให้เราสามารถเปิดฟังเสียงจาก YouTube ได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอทิ้งไว้ ทำอย่างไรมาดูกันเลย

ขั้นที่ 1 โหลดแอพชื่อ Dolphin Mobile Browser มาก่อน ตามชื่อแอพนี้เป็น Browser เหมือน Safari, Chrome, Firefox

ขั้นที่ 2 เปิด https://www.youtube.com จากแอพตัวนี้ แล้วเลือกคลิปที่จะฟังได้เลย

ขั้นที่ 3 ปิดหน้าจอมือถือ อย่าตกใจไป เพราะตอนนี้ปิดแล้วเสียงมันจะหายไปด้วย

ขั้นที่ 4 เปิดหน้าจออีกครั้ง จะพบปุ่ม Play ▻ ให้กดได้เลย ทีนี้เราก็จะสามารถปิดหน้าจอและฟังคลิปจาก YouTube ได้เลย

เนื่องจากช่วงหลังขับรถแล้วรถติดมาก บางทีการฟัง Talk ในการบรรยายใน YouTube ก็เหมือนฟังหนังสือเสียง ที่ทำให้ใช้เวลาบนรถติดๆ ได้มีประสิทธิภาพมากทีเดียว

ส่งของด้วย Kerry ระบบดีกว่าไปรษณีย์ไทยมาก แถมราคาไม่แพงอย่างที่คิด

ที่ผ่านมา พอจะส่งของ หรือขายของให้ใคร ผมก็มักจะใช้บริการไปรษณีย์ไทยเป็นหลัก เพราะเป็นมาตรฐานที่ใช้มานาน แต่ช่วงที่ผ่านมา ก็ไปใช้บริการที่เป็น Quick Service ซึ่งเค้าก็จะไปส่งให้ไปรษณีย์ไทยอีกต่อนึง (ก็จะมีชาร์จเพิ่ม) พอดีมีวันนี้คนที่อยากจะรับของเรียกร้องขอให้ผมส่งด้วย Kerry Express ซึ่งปกติผมก็ไม่เคยส่งด้วยวิธีนี้ เชยมาก 55 (มีแต่รับของผ่านการสั่งซื้อจากเว็บ e-commerce เช่น Lazada) แต่ช่วงหลังก็เริ่มคุ้นตาสาขาที่มาเปิด ซึ่งจริงๆ แล้วเราจะให้เค้ามารับของถึงบ้านเราเอง หรือไปส่งที่สาขาก็ได้ (ผิดกับไปรษณีย์ไทยที่ต้องไปเองอย่างเดียว)

แนะนำให้โหลดแอพ Kerry Express บน iOS หรือ Android (ทำแอพแนวนี้ในไทยแล้วได้ Rating ประมาณนี้ถือว่าแอพดีมาก)

หน้าตาแอพ สะอาด น่าใช้งาน

 

ดูสาขารอบๆ บริเวณของเราได้จากแอพ

 

เลือกได้ว่าจะไปเองที่สาขาแบบ Fast Lane เราเตรียมทุกอย่างไว้ก่อนแล้ว หรือให้ทาง Kerry มารับของถึงบ้าน (แต่กำหนดเวลามารับที่ชัดเจนไม่ได้ ต้องมีคนอยู่รอส่งได้ตลอดจริงๆ)

ในกรณีนี้งานรีบ งานด่วน เลยไม่ได้ใช้ฟังก์ชั่น Fast Lane ดูวิธีใช้งานที่นี่ และไม่ได้อยู่บ้านตลอด เลยไม่ได้ให้เค้ามา Pick ของที่บ้าน (แต่ในกรณีหลังควรต้องมีกล่อง Pack รอไว้เลย) เลยไปเองที่สาขา ซึ่งก็จะมีบริการต่างๆ พร้อมเหมือนไปรษณีย์ไทย แต่ดูทันสมัยกว่ามาก

ใครใช้ Rabbit LINE Pay ก็ได้ลดค่าส่งไปอีก

มีบริการกันกระแทกฟรีอีกต่างหาก (ถ้าเป็นไปรษณีย์ไทยต้องซื้อ)

มีบริการเทปกาวสีสันสวยงามแปะยี่ห้อ Kerry ให้บริการอีกตะหาก

 

เมื่อส่งแล้วก็จะได้รับใบแบบเดียวกันกับไปรษณีย์ไทยไว้ Track ของ ผิดกันที่ Kerry บันทึกลงแอพให้เองเสร็จสรรพ ถึงใบนี้หาย รายการส่งของเราก็ยังโชว์ในแอพ

เมื่อส่งเสร็จปุ๊บ รายการที่เราส่งก็จะขึ้นมาบนแอพทันที ไม่ต้องคอยไปกรอกดูสถานะในเว็บ

 

แถมมีระบบสมาชิก ทำให้ลุกค้าที่มาใช้บริการบ่อยได้รับประโยชน์อีกตะหาก ซึ่งไปรษณีย์ไทยไม่มีตรงนี้เลย

จากประสบการณ์การส่งในครั้งนี้ ทำให้รู้สึกว่าคราวหลังคงไม่ต้องใช้บริการ EMS ของไปรษณีย์ไทยละ เป็นถึงไปรษณีย์ไทยแต่สาขาก็น้อย (หรือเราอยู่ไม่ถูกที่เอง?) ราคาไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่ประสิทธิภาพของขนส่งเอกชนอย่าง Kerry ดูดีกว่ามากจริงๆ ยิ่งถ้าขายของออนไลน์เป็นเรื่องเป็นราว จะยิ่งดีมาก เพราะทำทุกอย่างเสร็จผ่านระบบ Fast Lane พอไปถึงสาขาก็ไม่ต้องเสียเวลา และได้รับส่วนลดในระยะยาว

เชยมานาน พอเจอของดี เลยมาแชร์ซะหน่อย ท่านใดที่ยังไม่เคยลองใช้ แนะนำให้ลองดูเลยครับ

ถ้ามีข้อเสียใดๆ ก็จะมาเล่าสู่กันฟังต่อไปในอนาคต