Category: ไลฟ์สไตล์

iphone ร้อน

ร้อนแค่ไหนก็ไม่กลัว กับระบบตัดการทำงานอัตโนมัติของไอโฟน

บางคนอาจจะเคยเจอปัญหาไอโฟนร้อน ไม่ว่าจะแฮงค์หรือดับ (หรือระเบิด ?) แต่กรณีที่ผมจะเล่านี้อาจพบไม่บ่อย เรื่องของเรื่องผมใช้ไอโฟนนำทางโดยเปิด Google Maps (แถมชาร์จกับแบตสำรองด้วย) โดยบังเอิญเจอสถานที่น่าสนใจ จึงหยุดจอดรถแล้วออกไปเดินเล่น (คือลืมเครื่องไว้ในรถนั่นเอง) หลังจากเดินซักพักก็เริ่มเอะใจว่า ลืม แต่ก็เดินมาไกลระดับนึง ครั้นจะเดิมกลับก็ขี้เกียจ และก็คาดว่าจอจะดับไปเอง (แต่ความจริงคือถ้าเปิด Google Maps ค้างไว้มันไม่ดับเองนะจ้ะ หลังจากนั้นก็เดินซะเพลินเป็นเวลาเกินครึ่งชั่วโมง ซึ่ง ณ ขณะนั้นแดดแรงมาก ลองนึกสภาพว่าถ้าแดดแรง แล้วความร้อนในรถที่ตากแดดจะสูงขนาดไหน หลังจากกลับมาถึงรถ สิ่งที่พบคือ ไอโฟนร้อนมากกกกกกก และมีข้อความแจ้งเตือนว่า

“Temperature
iPhone needs to cool down before you can use it.
Emergency”

ซึ่งตอนแรกตกใจมาก (แต่ดีนะเนี่ยที่เป็นไอโฟน ถ้าเป็นโทรศัพท์จีนแดงอาจจะไหม้ทั้งมือถือและรถไปแล้ว..ก็เป็นได้) แต่หลังจากที่เปิดแอร์ทิ้งไว้ซักพัก ไอโฟนก็กลับมาใช้งานได้เป็นปกติ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

  • อย่าลืมมือถือที่เปิด GPS ไว้ในรถ
  • ไอโฟนมีระบบตัดการทำงาน ถ้าอุณหภูมิสูงเกิน
  • ไอโฟนไม่ได้แค่แพงและติดโลโก้แอปเปิลเท่านั้นนะจ้ะ
mileage credit card

บัตรเครดิตสะสมไมล์ ดีจริง หรือมั่วนิ่ม ?

หนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดของบัตรเครดิตที่ถูกนำมาใช้เป็นเวลานานนั่นก็คือ “การสะสมไมล์” จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีบัตรเครดิตสะสมไมล์ มาให้เราเลือกหลายต่อหลายเจ้า ลองดูที่นี่ หรือที่นี่ แต่คำถามคือมีผู้ที่ใช้บัตรสะสมไมล์แล้วได้ใช้ประโยชน์จากการสะสมไมล์จริงๆ หรือไม่ ?

จริงๆ แล้วระบบสะสมไมล์นี่ถูกคิดค้นมานานมากแล้วครับ ตั้งแต่ปี 1981 ซึ่งสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ถือเป็นเจ้าแรกที่นำมาใช้ โดยสถิติจากหนังสือ Contagious ระบุว่ามีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 180 ล้านคนพากันสะสมไมล์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเกิด loyalty กับสายการบิน หรือไม่กระทั้งยอมต่อเครื่องทั้งที่ไม่จำเป็น หรือบินในเวลาที่ไม่ได้สะดวก แต่จริงๆ แล้วผลการสำรวจพบว่า “คนส่วนใหญ่ไม่เคยนำไปแลกไมล์เลย” โดยนแต่ละปีมีไมล์ที่ถูกนำไปแลกไม่ถึง 10% เลยด้วยซ้ำ !! ซึ่งในหนังสือยังได้ประเมินคร่าวๆ ว่า ถ้านำไมล์สะสมที่ไม่เคยถูกนำมาแลก จะได้ระยะทางรวมกันถึง 10 ล้านล้านไมล์ ซึ่งสามารถไปกลับดวงจันทร์ได้ถึง 19.4 ล้านครั้งเลยทีเดียว …

แล้วทำไมถึงยังสะสมกันอยู่ล่ะ คำตอบอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า Gamification ครับ ซึ่งถ้าผู้อ่านสนใจ ว่างๆ ผมจะเขียนถึงนะครับ

แต่โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบเดินทางไกลๆ อย่างน้อยปีละครั้ง จึงสมัครบัตรสะสมไมล์ไว้ 2 แบบคือ ระดับราคาพรีเมี่ยมหน่อยอย่าง “เจ้าป้า” การบินไทย ในนาม Royal Orchid Plus (ROP) ของ Citibank กับสายการบิน low cost ของ Air Asia ที่สะสมเป็นคะแนน Big Point ของ ธ.กรุงเทพ ทีนี้มาดูความต่างคร่าวๆ นะครับ

Citi

  • 20 บาท = 1 ไมล์ (แต่ถ้าใช้บัตร Preferred 15 บาท = 1 ไมล์ แต่ค่าธรรมเนียมโหดร้ายมาก ขอบาย)
  • ดองไมล์ได้ ไม่มีหมดอายุ
  • มีบริการรถรับส่งไปสนามบินสุวรรณภูมิ
  • ถ้าใช้ไม่ถึง 300,000 ต่อปี ห้ามลืม Waive !! (เวฟได้แค่ไหนก็อีกเรื่อง)
  • Free ประกันการเดินทางจาก Cigna 10 วัน (ประหยัดได้เป็นพัน)

Bangkok Bank

  • 20 = 1 Big Point (พึงสังเกตว่า Big Point ไม่ใช่ไมล์นะจ้ะ)
  • Big Point มีวันหมดอายุ (3 ปี)
  • ยอดใช้ต่อปีแค่ 5,000 ก็ฟรีค่าธรรมเนียม (เติมน้ำมันไม่กี่ทีก็เกินแล้ว)
  • ได้คูปองโหลดสัมภาระกับ Up Seat ทุกปี

Bangkok Bank AirAsia

คำแนะนำ โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าคุณไม่ได้เป็นนักใช้บัตรเครดิต แนะนำใช้ ธ.กรุงเทพ ครับ เพราะอย่างน้อยที่สุดโหลดสัมภาระฟรีซักปีละครั้งสองครั้งก็คุ้มแล้ว ส่วนถ้าใครเป็นนักใช้บัตรเครดิต Citi ตอบโจทย์กว่าอยู่แล้ว เพราะ Innovation เค้าเยอะจริง และแอพเจ๋งมาก ดูง่ายดีว่าใช้อะไรไปบ้างแล้ว (ขณะที่หลายๆ ธนาคาร แอพไม่ค่อย work เลย)

 

ทำ Audiobook ฟังในรถ แบบง่ายๆ ไม่ต้องเสียเงิน ด้วย Youtube

เชื่อได้เลยว่าคนที่ต้องใช้ท้องถนนในกรุงเทพจะต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด วันนี้เลยจะมานำเสนอวิธีการสร้าง Audiobook กันแบบฟรีๆ ด้วย Youtube กัน

ปกติแล้ว Youtube มักมีเนื้อหาดีๆ จากนักพูด นักคิด หรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากมายมาพูด วิธีง่ายๆ ก็เพียงแค่ search ชื่อคนที่เราสนใจ ก็จะมีวีดีโอที่คนๆ นั้นไปพูดในงานต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ก็แทบไม่ได้ต่างจากการซื้อหนังสืออ่านเท่าไหร่เลย การ extract เอาเฉพาะเสียงมาฟังขณะเดินทางโดยเฉพาะคนที่ขับรถซึ่งดูวีดีโอไม่ได้จึงเป็นทางออกที่ดีมากกับการเสียเวลาบนท้องถนน (แถมไม่เปลืองโควต้า 4G/3G อีกด้วย)

ขั้นแรกให้ลง Mozilla Firefox ก่อน และทำการติดตั้ง Add-on ที่ชื่อว่า YouTube™ Video and Audio Downloader แล้วก็ทำการติดตั้งซะ

จากนั้นก็เข้าไปที่ Youtube ก็จะพบว่ามีปุ่มให้เรากดดาวน์โหลด ซึ่งสามารถโหลดได้ทั้งวีดีโอและเสียง (จะโหลดหนังทั้งเรื่องเก็บไว้ดูก็ได้ ถ้าที่บ้านไม่มี hi-speed internet) ซึ่งในกรณีนี้เราจะเลือกเฉพาะเสียงที่เป็นนามสกุล .m4a ซึ่งมีขนาดเล็กและสามารถเล่นได้หลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเอาใส่ flash drive หรือใช้ smartphone เชื่อมกับเครื่องเสียงรถ

ตัว Firefox ก็จะแสดงสถานะการดาวน์โหลดดังภาพด้านล่าง

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วก็พร้อมนำไฟล์ไปใส่ใน flash drive หรือมือถือเพื่อเปิดในรถได้เลย จากนี้ไปก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ กับการขับรถแล้ว วิธีนี้เทียบเท่ากับการอ่านหนังสือจบหลายเล่มภายในหนึ่งสัปดาห์ทีเดียว เพราะรถมันติดมากกกกกกกก แถมสำหรับคนที่อยากฝึกภาษายังได้ในเรื่องนี้อีกด้วย (แต่เลือกคนที่พูดชัดๆ หน่อยนะ)