Category: การเกษตร

hydroponic

ผักที่ปลูกด้วยวิธี Hydroponic สะอาดและปลอดภัยจริงหรือ ?

ในยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ทางฝั่งผู้ผลิตจึงต้องหาวิธีในการผลิตอาหารให้ตอบโจทย์ทั้งในแง่คุณภาพ และปริมาณมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในวิธีที่เป็นที่นิยมใช้ทั้งในการผลิตในระดับอุตสาหกรรมและผลิตในครัวเรือน คือการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน หรือที่เรียกว่าวิธีแบบ hydroponic (มาจากภาษากรีก hydr- น้ำ -pono- การทำงาน) หลายท่านอาจสงสัยว่าถ้าไม่ใช้ดินแล้วมันจะโตได้อย่างไร ? ถ้างั้นเราก็มาดูสมการเคมีของการสังเคราะห์แสงของพืชกันก่อน

6CO2 + 6H2O → C6H12O6 + 6O2

จะเห็นได้ว่าจากสมการ ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับดินเลย แต่สิ่งที่พืชต้องการคือ น้ำและธาตุอาหาร ซึ่งสองสิ่งนี้ก็ได้มาง่ายๆ จากในดินนั่นเอง ทีนี้พอที่ดินมันชักจะแพง หรือก็คือความเป็นเมืองเข้ามารุกรานมากขึ้น การจะปลูกพืชผักให้มีปริมาณพอที่จะกินได้จริงก็ทำได้ยากขึ้น เพราะที่เพาะปลูกไม่พอ ก็เลยมีคนหัวใสออกแบบระบบให้สามารถปลูกผักโดยไม่ต้องใช้ดิน ซึ่งเอาจริงๆ คือสร้างธรรมชาติแบบใหม่ให้พืชขึ้นมา (รวมถึงแหล่งกำเนิดแสงด้วย) และด้วยการที่เราสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ทั้งหมด ทำให้ในช่วงหลังวิธีการนี้สามารถให้ผลผลิตได้เป็นกอบเป็นกำ และลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชแบบเดิมที่อิงกับสภาพแวดล้อม เช่น ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้อ ก็ได้ผลผลิตต่ำ หรือวัชพืช และโรคพืชต่างๆ ที่มากับดิน ทำให้สามารถสร้างผลผลิตได้ทั้งปี โดยวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดมีชื่อว่า nutrient-film technique (NFT) ตามภาพ

hydroponic

วิธีการนี้จะมีเครื่องปั้มสารอาหารในรูปสารละลายส่งผ่านรากของพืชอย่างต่อเนื่องแบบบางๆ (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ nutrient-film) โดยมีอัตราการส่งผ่านของสารอาหารที่คงที่ และสามารถหมุนเวียนสารอาหารกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความยากก็อยู่ตรงนี้นี่แหละครับ เพราะถ้าออกแบบระบบได้ดีก็จะได้ผลผลิตเป็นกอบเป็นกำทีเดียว แต่ข้อเสียคือถ้าระบบเกิดขัดข้องขึ้นมา จะทำให้ผลผลิตเสียหายอย่างมาก เพราะไม่ได้มีการออกแบบที่รองรับความผิดพลาดเอาไว้ ลองดูวีดีโอประกอบเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น

บางคนอาจจะสงสัยว่าแล้วน้ำตรงส่วนที่เป็น Reservoir (อ่างเก็บน้ำ) สามารถเอามาเลี้ยงปลาได้ไหม ? ก็คงได้ครับ ถ้าน้ำตรงนั้นปลาอยู่ได้นะครับ แล้วเราก็จะเรียกระบบใหม่ว่าเป็น Aquaponic แทน

ระบบ NFT ที่ดีจะมีหน้าตาประมาณนี้

hydroponic

คือมี sensor วัดค่า pH และมีการส่งสัญญาณเตือนเมื่อสารละลายไม่อยู่ในระดับที่สมดุล หรือมีเหตุขัดข้องเกิดขึ้น

ทีนี้กลับมาสู่คำถามที่ว่าแล้วการกินพืชผักด้วยวิธีนี้มันปลอดภัยขนาดไหน เราก็ต้องมาดูว่าอะไรบ้างล่ะที่เป็นปัจจัยที่ทำให้มันไม่ปลอดภัย

  1. สารอาหารที่ส่งผ่านท่อ โดยปกติแล้วพอพืชได้รับสารอาหารก็จะนำไปใช้ในกระบวนการเติบโต ถ้าสารใดที่พืชไม่ใช้ รากพืชก็จะไม่นำเข้าสู่กระบวนการเจริญเติบโตของตัวมันเองอยู่แล้ว (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสารอาหารที่ส่งผ่านท่อก็ควรจะมีมาตรฐานที่แน่นอน) แต่จากผลวิจัยที่เกี่ยวข้อง Evaluation of the nitrate content in leaf vegetables produced through different agricultural systems. เกี่ยวกับ nitrate ที่อาจจะเป็นประเด็นหน่อยนึง ซึ่งประเด็นนี้ความต่างจะอยู่ที่ bacteria เพราะในดินนั้นจะมี bacteria ที่ทำการเปลี่ยนแอมโมเนียมเป็นแหล่งไนโตรเจนให้พืช ซึ่งผลที่ได้จากการตรวจปริมาณสาร nitrate ชี้ว่า ผัก Organic < ปลูกแบบธรรมดา < ผักไฮโดร แต่ก็อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด
  2. Food-Bourne Pathogen หรือ bacteria ที่ก่อให้เกิดโรค สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้จากการปนเปื้อนในกระบวนการ อาจเกิดได้จากทั้งในส่วนของตัวระบบเอง และคนที่ดูแลระบบ (เช่น ความชื้นไม่เหมาะสม มือเปื้อน) ซึ่งเชื้อที่มักพบได้แก่กลุ่ม Salmonella และ E.coli อาการที่พบบ่อยก็คือ ท้องร่วง (Diarrhea) ซึ่งประเด็นนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าผู้ที่ปลูกมีมาตรฐานที่ดีพอ และ/หรือ ผู้บริโภคทำการล้างและใช้ความร้อนกับผักก่อนจะบริโภค (เพราะเชื้อพวกนี้ไม่ได้ทนความร้อน)

ประเด็นที่พบจริงๆ อาจจะมีมากกว่านี้ แต่เท่าที่ทำการค้นด้วย keyword ที่เกี่ยวกับ food safety และ hydroponic vegetables ยังพบแค่ 2 ประเด็นนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการโต้แย้งกันถึงความปลอดภัย (และความเป็นธรรมชาติ สารอาหาร และอื่นๆ) ก็น่าจะยังมีต่อไป เพราะยังไงมันก็เป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง คนที่ยืนสายที่เน้นว่าต้องปลูกจากธรรมชาติเท่านั้นก็ยังคงไม่ยอมรับเท่าไหร่ แต่การมีระบบตรวจที่มีมาตรฐานสากล และสื่อสารให้ผู้บริโภคทราบอย่างตรงไปตรงมา น่าจะช่วยให้ประเด็นเกี่ยวกับผัก hydroponic มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ก่อนจากกัน เลยหยิบภาพวิธีการปลูกผักแบบ hydroponic ทุกแบบ รวมถึงข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละแบบมาให้ดูกัน

hydroponic