พาทัวร์เวียนนาด้วยภาพ กับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2018

เวียนนา (Vienna) หรือ วีน (Wien: ภาษาเยอรมัน) เป็นเมืองหลวงของออสเตรีย (ออสเตรีย ไม่ใช่ออสเตรเลียเฟ้ย ไม่มีจิงโจ้) และเป็นเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางความยิ่งใหญ่ของยุโรปในยุคสมัยออสเตรียฮังการี และยังมีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรม เสียงดนตรี และยังเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2018 จากรายงานของ BBC วันนี้เลยมาเล่าด้วยภาพคร่าวๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เผื่อคนที่สนใจมาจะได้ดูเป็นแนวทางครับ เนื่องจากเป็นการเล่าด้วยภาพ ถ้าอยากรู้ความเป็นมาของสถานที่ ลองค้นใน Search Engine กันเอาเองนะครับ

เวียนนาเป็น destination แรกในทริป ออสเตรีย-เช็ก-เยอรมนี ในครั้งนี้ (และเป็น destination สุดท้าย เนื่องจากต้องกลับมาขึ้นเครื่องที่นี่) เมืองนี้ผมใช้เวลาอยู่มากกว่าเมืองอื่นๆ ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 วัน

วันแรก หลังจากเครื่องลงตอนประมาณ 7 โมงเช้า (ผมขึ้นเครื่องตอนดึก 1.30 จากสุวรรณภูมิ) เวลาในการเดินทางจากกรุงเทพประมาณ 11 ช.ม. (โดยเวลาที่ไทยเร็วกว่า 6 ช.ม.) ก็ทำการซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมือง และฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟในเมือง ซึ่งการขึ้นรถสาธารณะที่นี่มีทั้งรถไฟ (ไม่ต้องเติมฟ้า เพราะมันเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) รถราง (รถที่วิ่งในรางบนถนน มีตระขอติดกับสายไฟด้านบน) รถบัส แต่การดูเส้นทางก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ ใช้ Google Maps ช่วยได้ มันจะบอกว่าเราต้องขึ้นรถประเภทไหน สายอะไร (ภาพรวมยังถือว่าแม่น)

Noted: ที่นี่และทุกเมืองในยุโรป ไม่ต้องเสียบบัตรเพื่อเข้าชานชะลาเหมือนญี่ปุ่น หรือไทยนะครับ เดินเข้าไปได้เลย และไม่มีคนตรวจด้วย ใช้สามัญสำนึกล้วนๆ (ได้ยินว่ามีสุ่มตรวจบ้างเหมือนกัน)

โดยไม่รอช้ารีบไปรับ Vienna Pass ที่จองไว้ (รับที่ใต้ตึกที่มีคนขี่ม้า ตามภาพ) Vienna Pass เป็นตั๋วที่ใช้ในการผ่านเข้าไปในสถานที่ต่างๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย (ก็เสียไปกับ Vienna Pass แล้วอะนะ) จริงๆ ไม่ต้องจองก็ได้ ไปซื้อที่สถานี หรือโรงแรมได้เลย

ข้อดีอีกอย่างคือ เราสามารถขึ้นรถบัสที่เอาไว้ทัวร์ชมเมืองได้เลย มีบริการหูฟังให้คนฟังการบรรยาย ขณะที่รถวิ่งไปด้วย โดยรถบัสจะไปจอดรับส่งคนในสถานที่สำคัญต่างๆ (แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ขึ้นครับ เพราะขี้เกียจรอ รถมันจะมาเป็นรอบๆ)

โดยสถานที่ที่แรกที่ไปเยือนก็คือ

พระราชวังเชินบรุน (Schloss Schönbrunn) ซึ่งเป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียงมาก และขนาดก็ใหญ่มาก คนที่มาเวียนนา ถ้าไม่ได้แวะที่นี่ ก็เหมือนมาไม่ถึง

ด้านในจริงๆ มีความยิ่งใหญ่สวยงาม น่าถ่ายรูปมากครับ แต่เสียดายที่เค้าห้ามไม่ให้ถ่ายภาพ (นอกเหนือจากต้องการให้คนมาชมด้วยตาเองแล้ว ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะพวกถ่ายรูป แล้วไม่ปิดเสียงชัตเตอร์บ้าง ไม่ปิดแฟลชบ้าง ซึ่งสร้างความรำคาญ ขอความกรุณาทุกท่านที่อ่าน พอไปถ่ายรูปตามสถานที่ที่เงียบๆ กรุณาปิดเสียง ปิดแฟลชด้วย  ถ้าปิดไม่เป็นเดี๋ยวผมสอนให้)

หลังจากนั้นตอนเดินออกมาก็เห็น Standing รูปหมีแพนด้า ให้คนเดินไปสวนสัตว์เชินบรุน ตอนแรกว่าจะไม่ไปเพราะเดินไกล ขี้เกียจ แต่คิดว่าต้องใช้ Vienna Pass ให้คุ้ม เลยไป ซึ่งตอนไปสวนสัตว์แห่งนี้ถือเป็นตราบาปของทริปนี้เลย เนื่องจากรีบเกินไป จนไม่ยอมหาดูหมีแพนด้า (ซึ่งเป็นสัตว์หาดูยากในยุโรป) แล้วต้องมาเสียใจทีหลัง เพราะจำได้ว่าชาตินี้ยังไม่เคยเห็นหมีแพนด้า

จากนั้นก็ขึ้นรถ Sightseeing ไปยัง HGM Heeresgeschichtliches Museum หรือภาษาอังกฤษ The Museum of Military History ซึ่งเป็นพิพิธพันธ์ที่เก็บของประวัติศาสตร์

ด้านในถือว่าโอโถ่ง และมีความสวยงามตามสไตล์ยุโรปมาก

คนที่นี่รักหมามากนะครับ พาหมาขึ้นรถไฟก็ได้

จากนั้นก็แวะไปที่มหาวิหารเซนต์สตีเฟน St. Stephen’s Cathedral ซึ่งเป็นโบสถ์ใหญ่ของชาวคริสต์ที่มีความสวยงาม วิจิตรตระการตามาก

โดยวันแรกมีการนั่งรถหลงทาง และจำไม่ได้ว่าฝากกระเป๋าไว้ที่สถานีไหน จึงเสียเวลามาก นอกจากนี้คืนก่อนที่จะมาถึง ก็นอนบนเครื่องบิน ซึ่งนอนไม่หลับเลย (พอเหมือนจะหลับได้ แอร์ก็มาปลุกโดยการยกอาหารมาให้กิน) เลยเกิดอาการเพลียมาก จึงขอรีบไปนอนก่อน

วันที่สอง ไม่รอช้าเนื่องจากคืนก่อนหน้าชาร์จพลังไว้เต็มที่ด้วยการนอนเร็ว วันนี้เลยตื่นเช้ามาก และเตรียมเก็บสถานที่ไว้ให้ได้มากที่สุด

โซนที่ผมอยู่ มีการขายผักผลไม้ เหมือนตลาดนัดด้วย

แต่อนิจจา วันนี้สภาพอากาศกลับไม่เป็นใจ ฝนตกแต่เช้าเลย (ที่นี่อากาศแปรปรวนมากที่เดียว เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ในวันเดียวกัน)

ยืนงง ในดงฝน

โดยรีบมานั่งจิบกาแฟ กินขนมปังที่ร้านเก่าแก่ชื่อดัง Cafe Central (ขนาดร้านอาาร ยังตกแต่งจนอลังการเลย)

จากนั้นก็ไปเริ่มทัวร์ที่ พระราชวัง Hofburg ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสถานที่สำคัญในเวียนนา ซึ่งในโซนนี้จะมีพิพิธพันธ์ และสถานที่สำคัญติดๆ กัน

โดยสถานที่สำคัญที่เป็นไฮไลต์คือ Sisi Museum (Sisi เป็นชื่อเล่นวัยเด็กของพระนางอลิซาเบธ) ซึ่งมีความตระการตา ไม่แพ้พระราชวังเชินบรุนเลย แต่น่าเสียดายอีกเช่นกันที่ถ่ายรูปด้านในไม่ได้

นอกจากนี้ยังแวะไปดูเค้าฝึกม้าสไตล์สแปนิชอะไรซักอย่าง แต่ไม่ชอบ ไม่เห็นมีอะไรเลย ถ้าไม่ได้เข้าได้ด้วย Vienna Pass ก็ไม่แนะนำเท่าไหร่

เดินออกมาจากพระราชวัง มีการเดินขบวนประท้วงอะไรกันก็ไม่รู้

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเจี๊ยะ เมนูนี้ถือว่าใช้ได้ เมื่อเทียบกับเมนูปกติในยุโรป ซึ่งสำหรับเราคือเลี่ยน

จากนั้นก็เดินไปทั่วๆ บริเวณนั้น ซึ่งมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย อันนี้คือแวะ Albertina ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงงาน Modern Art ไว้ คนที่ชอบวาดรูป รักงานศิลปะต้องชอบแน่ๆ และแน่นอน ด้วย Vienna Pass เราเข้าได้เลย ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

ต่อมาก็มองหา Österreichische Nationalbibliothek (Austrian National Library) ตามประสาคนรักหนังสือ ซึ่งที่นี่เป็นที่รวบรวมหนังสือที่เก่าแก่มาก อยากให้เมืองไทยมีห้องสมุดที่สวยงาม และน่านั่งแบบนี้บ้าง (ได้แต่ฝัน)

ณ ตอนนี้ก็ได้เวลาออกจากโซนพระราชวังแล้ว โดยที่หมายต่อไป ก็ยังเป็นพระราชวังอีก (สถานที่สำคัญที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นวัง และเน้นความอู้ฟู่หรูหรา) โดยสถานที่ต่อไปก็คือ พราะราชวังเบลเวเดียร์ (Schloss Belvedere) ซึ่งมีความใหญ่โตอลังการอีกเช่นกัน

และที่นี่ยังเป็นที่เก็บภาพสุดโด่งดัง “The Kiss” อีกด้วย

หลังจากจบจากเบลเวเดียร์ก็เริ่มเย็นแล้ว (วันนี้ใช้เวลาคุ้มมาก) สถานที่แวะถัดไปก็คือ Prater ซึ่งเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ เลยแวะไปขึ้น Giant Wheel Ferris หน่อย (เสียดายไปไม่ทันดู Madame Tussauds Vienna)

วันนี้มีดูคอนเสิร์ตบรรเลงเพลง Mozart กับ Johann Strauss II ที่พระราชวังเชินบรุนด้วย จองจาก Klook แต่ไม่แนะนำเท่าไหร่นะครับ ไม่ได้ดีมาก ห้องเล็ก ไปตอนกลางคืน ประตูพระราชวังปิดอีกต่างหาก ต้องฝ่าพายุฝนไป

มาออสเตรียก็ต้องฟังเพลง Classic นี่นะ

วันที่สาม วันนี้เป็นวันหายนะโดยแท้ เพราะดันไปจอง ทัวร์หุบเขาดานูบ (Danube Valley) สุดโรแมนติกจากเวียนนา บน Klook ซึ่ง “ห่วยมาก” ไม่แนะนำอย่างแรง เพราะคุณจะเสียเวลาทั้งวันไปกับการทัวร์ห่วยๆ ที่ไม่มีอะไรสวย นอกจากนี้ยังไม่ได้ล่องเรือตามที่เขียนอีกด้วย

ซึ่งขากลับก็เย็นมืดมากแล้ว (อดไปดูแพนด้า อดไปชมสถานที่สำคัญอื่นๆ) เลยได้แต่เดินเล่นในเมืองไปเรื่อย

แต่วันสุดท้ายที่กลับมาจาก Hallstatt ก็ยังได้แวะบ้านหน้าตาแปลกๆ ที่ชื่อว่า Hundertwasserhaus

แล้วก็คนที่เวียนนานี่ Nice มากนะครับ ถ้ายืนงงๆ เค้าจะเข้ามาถามด้วย ว่ามีอะไรให้ช่วยไหม?

นี่เป็นตอนแรกจากทั้งหมด 5 ตอนครับ ตอนต่อไปเป็น ปราก เมืองสุดโรแมนติก ตามไปดูกันนะครับ

 

Comments

comments

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *