iPhone X

รีวิว iPhone X สำหรับคนใช้ไอโฟน จะไปต่อ หรือย้ายค่ายดี ? (เปรียบเทียบกับ Note 8)

รีวิวนี้ทำมาเพื่อประกอบการตัดสินใจของเหล่าผู้คนที่ใช้ไอโฟน เพราะแน่นอนว่าในอนาคตวันใดวันหนึ่ง ท่านก็คงต้องอัพเกรด แต่อัพคราวนี้ ต้นทุนสูงเหลือเกิน หลายคนจึงเกิดความลังเล แถมเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากการใช้ปุ่ม Home + Touch ID กลายเป็น Face ID ซึ่งบางคนก็ไม่พอใจไปเลยก็มี วันนี้เลยมาทำรีวิวพิจารณาไม่ใช่แค่ความคุ้มค่า แต่เป็นภาพรวม เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าท่านจะอยู่ให้ Apple โขกสับราคาไอโฟน หรือจะย้ายค่ายมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย (ครั้นจะเปลี่ยนเป็น iPhone 8 ก็ไม่รู้จะเปลี่ยนทำไม เพราะหน้าตาก็เหมือนเดิม ความสามารถก็เพิ่มแค่นิดนึง)

ว่าแล้วก็มาดูภาพรวมของ iPhone X กันก่อนดีกว่า

ปกติแล้วไอโฟนจัดเป็นมือถือที่อนุรักษ์นิยม (ใช้คำนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงคำว่าไร้ไอเดีย) การเปลี่ยนแปลงหลักๆ ของไอโฟนที่ผ่านมามีดังนี้

  1. iPhone 3Gs -> iPhone 4
  2. iPhone 4s -> iPhone 5
  3. iPhone 5s -> iPhone 6, 6 Plus

นอกนั้นก็แทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงดีไซน์เลย ฉะนั้นครั้งนี้จึงถือเป็นอีกครั้งที่ไอโฟนออกแบบใหม่ และก็ต่างจากเดิมมากจริงๆ ถึงขนาดตัดปุ่ม Home ออกเลยทีเดียว วิธีปลดล็อกก็ใช้อย่างเดียวเลยคือ ใบหน้า Face ID ตรงนี้ แตกต่างจาก Samsung Galaxy Note 8 ซึ่งปลดล็อกได้ทั้งนิ้ว และม่านตา

iPhone X

จอที่ใช้ก็เป็นครั้งแรกที่ใช้ OLED ซึ่งให้ภาพที่ดีกว่า LED ในหลายจุด โดยเฉพาะจุดดำก็ดำสนิทเลย (ส่วนดีกว่าแค่ไหน บางคนก็สังเกตได้ บางคนก็อาจไม่รู้สึก นานาจิตตัง) คีย์บอร์ดมีการเปลี่ยนแปลงคือปุ่มเปลี่ยนภาษาไปอยู่ด้านล่างซ้ายแทน

iPhone X
(โทดที ถ่ายเบลอ ตรงนี้ไม่ค่อยมีแสง)

iPhone X

ปุ่ม Home จะถูกแทนที่ด้วยเส้นขีดด้านล่าง เราจะใช้นิ้วปาดขึ้นจากเส้นนั้นแทนการกดปุ่ม Home

iPhone X

การสลับระหว่างแอพก็ใช้นิ้วลากอีกเช่นกัน

ถึงมีติ่งด้านบน แต่ตอน Capture หน้าจอ ก็จะได้หน้าจอยาวๆ เช่นนี้ (เป็นสาเหตุให้ตอนดูวีดีโอ ก็จะมีขอบดำสองข้าง)

iPhone X

ตรงนี้คงเล่าทั่วไปแค่นี้ ใครอยากรู้ว่ามันควบคุมยังไงก็ไปดูตามวีดีโอข้างล่างที่ Apple ทำมาให้โดยเฉพาะ

แอพทั้งไทยและเทศตอนนี้ก็ออกแบบมาให้รองรับการแสดงผลบน iPhone X อย่างสมบูรณ์แล้ว

iPhone X

iPhone X

เป็นที่เข้าใจกันดีว่า ที่คนใช้ไอโฟน (รวมถึงตัวผมเองด้วย) ที่ยังคงใช้ไอโฟนต่อไปสาเหตุปัจจัยหลักคือ

  1. ความเคยชิน ไม่อยากเรียกว่าความง่าย เพราะความง่ายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
  2. ความเสถียร ซึ่งช่วงหลังเริ่มไม่ได้หนี Android เหมือนที่เคยเป็นมา
  3. ความปลอดภัย โดยภาพรวมก็ยังดูดีกว่า Android แม้จะมีข่าวไม่ค่อยดีเรื่องความปลอดภัยเป็นช่วงๆ
  4. กล้อง เรื่องคุณภาพ ค่าย Android ก็ดีมาก แต่จุดเด่นของไอโฟนคือถ่ายแล้วดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
  5. ซื้อแอพบน iOS ไว้เยอะ ครั้นจะย้ายก็ต้องไปซื้อกันใหม่อีกรอบ
  6. อุปกรณ์เสริม เช่น หูฟังก็มีการแยก iOS, Android จะย้ายค่ายก็ต้องไปเปลี่ยนหูฟังอีก วุ่นวาย
  7. ถ้าเป็นคนใช้ Mac หรือ iPad การใช้ iPhone จะทำให้ข้อมูลที่เชื่อมระหว่างกันไหลลื่นดีมาก
  8. สำหรับคนที่เปลี่ยนเครื่องทุกปี ก็จะคุ้มกว่าการซื้อ Android เพราะราคาไอโฟนตกไม่เยอะ (ซื้อ 3x,xxx ขายได้ 2x,xxx เหมือนเช่าใช้เดือนละพัน) ขณะที่ Android ราคามือหนึ่งยังตกเป็นว่าเล่น (โปรเค้าเยอะ) มือสองจะตกขนาดไหน…
  9. คนที่เก็บข้อมูลบน iCloud เยอะ เช่นผม (แต่หลายๆ คนไม่เก็บบน iCloud นะ เพราะไม่ซื้อ Storage เพิ่มกัน แล้ว 5GB มันจะไปพออะไร) ซึ่งถ้าไม่เก็บบน iCloud จะเปลี่ยนเครื่องทีนึง ยุ่งยากมาก Backup กันวุ่นวาย ขณะที่ผมย้ายข้อมูลจาก 7 Plus มาได้แบบง่ายๆ ด้วย Backup บน iCloud นั่นแล

สรุปข้อดี

  1. ขนาดพอดีมือมาก ไม่เทอะทะเหมือน iPhone 7 Plus
  2. หน้าจอ สีสัน ความเป็นธรรมชาติ น่าจะดีที่สุดแล้วในท้องตลาด
  3. กล้องดี ให้สีธรรมชาติตามสไตล์ไอโฟน
  4. เร็ว กับ iOS 11 (ก็รุ่นล่าสุดนี่นะ)

สรุปข้อเสีย

  1. แพงมาก น่าจะเป็นข้อเสียที่แรงที่สุดแล้ว (แต่ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา และไม่หนักหัวใคร ก็ตามสบายเลยครับ)
  2. การออกแบบไม่ได้ Perfect ยังมีติ่งข้างบน ซึ่งไม่ได้น่ารำคาญ แต่ก็ไม่ได้ดี ตัวเครื่องกระจก ง่ายต่อการแตก ต้องใช้เคสดีๆ หน่อย
  3. Face ID ต้องปรับปรุงต่อ สแกนไม่ติดหลายหน โดยเฉพาะตอนเพิ่งตื่น กับตอนกำลังหลับ (ขณะที่พี่ๆ บางท่านแจ้งว่าไม่เจอปัญหานี้)

ถ้าอยากเปลี่ยนไปใช้ Android แทน ทำไงดี?

  1. ภาพถ่าย ถ้าใช้ Android ถ่ายเข้า MicroSD และ backup ขึ้น Google Photos (แบบ Free Unlimited)
  2. ฟังเพลง ใช้ Spotify ไม่ต้องไปใช้ Apple Music ถึงแม้จะมีแอพนี้ใน Android ก็ตาม…
  3. อุปกรณ์ Wearable โปรดใส่ยี่ห้อที่เป็นกลาง เช่น Garmin, Fitbit
  4. แอพ ทำใจ ปล่อยไป
  5. หูฟัง ทำใจ ขายอันเก่า ซื้ออันใหม่ (ยกเว้น หูฟังท่านไม่มีตัวควบคุม ใช้ต่อไปได้เลย)
  6. ถ้ามี Mac ก็ไม่ต้องยึดติดกับมัน เป็นโอกาสอันดี เป็นไปได้ขายได้ราคาดี ขายไปแล้วใช้ Windows 10 กันเถอะ เพราะ Mac รุ่นใหม่ก็แพงเว่อร์วังอลังการ

เปรียบเทียบกับ Samsung Galaxy Note 8

  1. ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน (เครื่องเปล่า ไม่ต้องเปลี่ยนโปร AIS) เราสามารถซื้อ Note 8 (64GB) ได้ในราคาที่ถูกกว่า iPhone X (256GB) ถึง 18,000 บาท!
  2. Note 8 มีขนาดที่ยาวกว่าพอสมควร (โดยส่วนตัวมองว่ายาวไปหน่อย พอดูวีดีโอแล้วจะเกิดขอบดำสองข้างเยอะมาก) ตอนจับ จับกระชับกว่า Note 5 แต่มันยาวไปจริงๆ.. ไม่ชอบ รวมถึงการออกแบบอื่นๆ ซึ่งยังมองว่าไอโฟนออกแบบดูพอดีกว่ามาก (ความชอบส่วนบุคคล)
  3. Note 8 มีทางเลือกให้มากกว่าในการ access เข้าเครื่อง คือใช้นิ้วแบบเดิมก็ได้ แต่โดยส่วนตัวผมชอบให้มีวิธีการเดียวมากกว่า ไม่สับสน จะใช้นิ้วก็ใช้นิ้ว จะใช้หน้าก็ใช้หน้าไปเลย
  4. ใครใช้ฟีเจอร์ของ Note ได้คล่อง เกิด Productivity สูง แนะนำให้ใช้ Note ครับ แต่ส่วนตัวผมลองเขียนแล้วไม่ถนัดมือ รู้สึกจอมันแคบไปหน่อย ถ้าจะเขียนคือเขียนบน Tablet ไปเลย เขียนบนมือถือ ไม่ถนัดมือจริงๆ เหมาะแค่เอาไว้บันทึกสั้นๆ
  5. กล้อง มีคนรีวิวเยอะแล้ว ไปหาดูเอง

จุดสังเกตของ iPhone X

  1. เสียงเรียกเข้าจะเบาลงทันที ตอนเราหยิบไอโฟนขึ้นมา เหมาะกับตอนประชุม ไม่รบกวนคนอื่น (แต่จริงๆ ถ้าประชุมก็ปิดเสียงไปเลยดีกว่านะ)
  2. ข้อความ LINE ที่เข้ามาจะซ่อนไว้ก่อน ถ้าคนที่มองไม่ใช่เจ้าของเครื่อง (ใช้ Face ID ตรวจสอบ)
  3. มีสองความจุให้เลือก 64GB กับ 256GB สำหรับยุคปัจจุบันที่ไฟล์ภาพ วีดีโอใหญ่ๆ แนะนำเอาให้สุดไปเลย 256GB ตอนขายต่อก็น่าจะคล่องกว่าด้วย
  4. คุณภาพภาพถ่ายดีกว่า 7 Plus รู้สึกได้จริง รวมถึงถ่ายที่มืดได้ดีขึ้น
  5. ฟีเจอร์กล้องที่โฆษณาหนักเรื่อง Portrait จริงๆ แล้วยังไม่ได้ดีมากเท่าไหร่ ตอนตัดขอบหลังเบลอ หลายครั้งเบลอแบบขอบไม่เนียน
    iPhone X
  6. Face ID ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
    iPhone X
  7. ตอนจะปิดแอพที่เปิดไว้ หลังจากใช้นิ้วปัดขึ้นแล้ว ต้องกดค้างให้ปุ่ม – โชว์ขึ้นมา ถึงจะปิดแอพได้
    iPhone X iPhone X

ภาพถ่ายจาก iPhone X (เพิ่งไฟ Studio เข้าไปเล็กน้อย)

บทสรุป

ประสิทธิภาพโดยรวม ★★★★★
ขนาด ★★★★★
การออกแบบ ★★★★☆
ความแม่นยำของ Face ID ★★★☆☆
คุณภาพภาพถ่าย (ดีขึ้นกว่า 7 Plus แค่ไหน) ★★★★☆
ความคุ้มค่า  ★★☆☆☆

 

 

Comments

comments

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *