รีวิว Garmin Fenix 5 จากคนไม่ค่อยออกกำลังกาย แต่อยากใส่นาฬิกาฟิตเนส

วันนี้จะหยิบนาฬิกาสำหรับคนชอบออกกำลังกายโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่าเป็น Fitness Tracker ตัวเด่นของปี 2017 คือ Garmin Fenix 5 Sapphire Edition มารีวิวตามสไตล์คนใช้งานทั่วไป ซึ่งยี่ห้อ Garmin นอกจากจะดังเรื่องแผนที่ Navigator แล้วยังขึ้นชื่อในเรื่องเครื่องวัดการออกกำลังกาย (ถึงขนาดพี่ตูนยังใส่ Garmin วิ่งคนละก้าวเลยคิดดู) ซึ่งตัวนี้จะค่อนข้างต่างไปจาก Apple Watch ซึ่งวางตัวชัดเจนในเรื่อง Smart Watch

เพื่อความเข้าใจง่ายๆ ผมจะแบ่งเป็นสินค้าที่ติดข้อมือออกเป็นสองกลุ่มก่อน

กลุ่มแรก Smart Watch จะเน้นฟังก์ชั่นที่เติมเต็ม Smart Phone มากกว่า Fitness ได้แก่ Apple Watch, Samsung Gear, Android Wear etc.

กลุ่มสอง Fitness Tracker จะเน้นฟังก์ชั่น Fitness มากกว่าการเติมเต็ม Smart Phone ได้แก่ Garmin, Fitbit, Mi Band, UP by Jawbone etc.

และเนื่องจากฟังก์ชั่นแนว Smart จะกินแบตเยอะกว่า เป็นเหตุให้กลุ่ม Smart Watch จะแบตหมดเร็วมากกว่า ต้องชาร์จแทบทุกวัน ขณะที่ Fitness Tracker จะไม่เน้นหน้าจอหวือหวา เน้นแต่ Sensors ซึ่งกินพลังงานไม่เยอะ จึงมักชาร์จแล้วอยู่ได้นานกว่า

ส่วนตัวผมเคยใช้ยี่ห้อด้านบนมาแล้วทุกยี่ห้อ ยกเว้นตระกูล Samsung และ Android Wear แต่มักใช้ไม่ทนเพราะรำคาญข้อมือ หรือไม่ก็แพ้สายจนเกิดอาการคัน (Fitbit) หรือไม่ก็รำคาญการชาร์จบ่อยๆ (Apple Watch) จนเป็นเหตุหยุดใช้งาน Gadget กลุ่มนี้ไปพักใหญ่ จนล่าสุดไปสะดุดตาเจอเจ้า Garmin Fenix 5 นี่แหละครับ ที่ชอบรูปลักษณ์ บวกกับลองใส่ดูแล้วมันพอดีข้อมือ ถูกใจมาก โดยก่อนหน้ารุ่นนี้จะเป็น Fenix 3 HR ซึ่งมีขนาดใหญ่ แลดูเทอะทะ เลยไม่สนใจเท่าไหร่ (แต่ก็ได้แรงบันดาลใจส่วนนึงมาจากการอ่านหนังสือของนิ้วกลมเรื่อง หิมาลัยไม่มีจริง ซึ่งนิ้วกลมควัก Fenix 3 มาดูระดับความสูงขณะเดินทางขึ้นฐานเอเวอเรสต์)

จริงๆ Fenix 5 มีทั้งหมด 3 รุ่นตามขนาดคือ Fenix 5s, 5 และ 5X ซึ่งของผมจะเป็น Fenix 5 ที่เป็นกระจก Sapphire ทำให้ตัวกระจกทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่า รวมถึงมีฟังก์ชั่น Wi-Fi เพิ่มเติมจากรุ่นปกติ ส่วน 5X จริงๆ มีฟังก์ชั่นเยอะสุด แต่เนื่องจากขนาดอันใหญ่โตไปหน่อย ไม่เหมาะกับข้อมือเล็กๆ ของผม ก็เลยขอผ่านไป

Garmin Fenix 5
หน้าตากล่อง

แต่ก่อนอื่นต้องโหลดแอพ Garmin Connect มาไว้สำหรับเชื่อมต่อกับนาฬิกา สำหรับ Sync และปรับแต่ง รวมถึงการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ด้วย

Garmin Connect App
Garmin Connect App

ตัวหน้าปัดจะเป็นแบบ Always On คือไม่ต้องยกข้อมือขึ้นก็เห็นหน้าจอทำงาน แต่เนื่องจากหน้าปัดค่อนข้างมืด (ในภาพ และในโฆษณาอาจจะดูสว่าง เพราะถ่ายได้องศาตรงพอดี) ปกติเราจะตั้งค่าให้ตอนยกข้อมือ แล้วมี Backlight ทำงาน แต่ Backlight จะค่อนข้างกาก ตรงที่แสงมันสว่างแบบไม่สวย (อารมณ์เหมือนจอมือถือรุ่นโบราณ) นี่คือข้อเสียใหญ่ๆ ของ Garmin ทีเดียว เรื่องจอไม่สวย

หน้าปัด Garmin Fenix 5
Watch Face

โดยเราสามารถที่จะเปลี่ยน Watch Face ได้ แต่ก็มีแบบให้เลือกไม่เยอะนัก หลายแบบจะออกเชยๆ ด้วย เหตุอย่างนึงคือความละเอียดของหน้าปัดค่อนข้างต่ำ ทำให้ตัว Watch Face ไม่สมจริงเท่าที่ควร ซึ่งถ้าไม่พอใจก็สามารถไปเลือกหยิบเพิ่มเติมจาก Connect IQ Store ตามภาพ (แต่ก็อย่าคาดหวังความสวยเช่นเดียวกัน)

Connect IQ Store
Connect IQ Store

และอย่างที่บอกว่าข้อดีที่สุดข้อหนึ่งคือ แบตอึดมาก จากภาพผมชาร์จครั้งล่าสุดเมื่อ 14-15 วันที่แล้ว พบว่ายังมีแบตเหลือถึง 22%

แบต Garmin อึดจริง

นอกจากนี้ยังสามารถ Track Activity ได้มากมาย (ส่วนใช้จริงเท่าไหร่นี่อีกเรื่อง) โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมให้ยุ่งยาก (เค้าว่ากันว่าสามารถ Track ตอนเรากระโดดลงจากเครื่องบินได้ด้วย อยากมี moment นั้นจัง)

Track Activity ได้หลากหลายมาก

ด้านล่างเป็นภาพผลจากการ Tracking การวิ่งบนลู่วิ่งครับ

นอกจากนี้ยังแสดงด้วยว่าการวิ่งของเราเมื่อเทียบกับชาวโลกคนอื่นๆ ที่ใช้ Garmin นั้นเราอยู่ตรงไหน (จากภาพอยู่แถวกลางๆ)

นอกจากนี้ ถ้าเรามีเพื่อนที่ใช้ Garmin ก็จะมี News Feed เอาไว้โชว์กันได้ว่าใครทำ Activity อะไรกันบ้าง (เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่ง ถ้าไม่มี Activity เดี๋ยวจะถูกล้อได้ว่าใช้ไม่คุ้ม)

จริงๆ ยังมีรายละเอียดอีกค่อนข้างเยอะ ที่เจ้า Garmin รุ่นนี้ทำได้ หลังจากใช้ไป ถ้าเจออะไรเด็ดๆ จะมาอัพเดทผ่านบล็อกกันต่อไป

แต่ก่อนจบขอบอกว่าตัวกระจก Sapphire กันรอยดี แต่ส่วนของ Bezel ที่ดูเหมือนแข็ง จริงๆ แล้วเป็นรอยง่ายพอสมควร (ในภาพไปขูดโดยบานประตูกระจกที่บริษัท ก็เป็นรอยแล้ว) ถ้าจะให้ดี ซื้อเป็นสีเงินอาจช่วยได้ เพราะยังไงก็ต้องเป็นรอย แต่สีดำ รอยจะเห็นชัดมาก

Comments

comments

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *