6 ขั้นตอนของ Digital Transformation สู่การเป็นองค์กรดิจิตอลอย่างสมบูรณ์

จากบทความคราวก่อนเรื่อง Digital Transformation คืออะไร ทำไมต้องทำ ทำแล้วได้อะไร คงพอได้คำตอบในระดับนึง เรียกได้ว่าสิ่งใหม่ๆ ทุกอย่างที่เราพบเจอในเวลานี้ ล้วนเป็นผลจาก Digital Transformation แทบทั้งสิ้น วันนี้เลยมาทำภาคต่อว่าก่อนที่องค์กรใดๆ จะเข้าสู่ความเป็นดิจิตอลอย่างสมบูรณ์นั้นจะต้องผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง โดยสิ่งเหล่านี้เป็นผลการศึกษาของคุณ Brain Solis นักวิเคราะห์ชื่อดังจาก Prophet ซึ่งมีประสบการณ์ในการวัดผลของธุรกิจจำนวนมากที่ผ่านกระบวนการ Transformation โดยสามารถชี้ให้เห็นถึงสถานะความเป็นองค์กรดิจิตอลได้เป็น 6 ระยะ ดังต่อไปนี้

–ระยะที่ 1: ทำธุรกิจไปเหมือนเคยๆ – ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าองค์กรไม่ได้ใส่ใจเรื่องดิจิตอลนะครับ แต่การลงทุนส่วนใหญ่จะหมดไปกับการลงทุนใน platforms เพื่อให้องค์กรสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้ดีขึ้นเท่านั้น ดิจิตอลถูกมองเป็นอีก Line หนึ่งของธุรกิจ ยังขาดความเชื่อมโยงกับภาพรวมของธุรกิจ ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดในระยะนี้คือผู้นำองค์กรก็ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับไอเดียใหม่ๆ เท่าที่ควร (คือไม่ได้มองว่าเป็นวาระเร่งด่วนอะไร)

–ระยะที่ 2: เริ่มเห็นและปรากฏ – องค์กรเริ่มตระหนักถึงการ disrupt ในทางธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้ก็เริ่มพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการทดสอบและเรียนรู้ไปกับมันแล้ว อย่างไรก็ดี องค์กรก็ยังมีแนวโน้มที่จะทำงานแบบ silos (แยกส่วนงาน) เหมือนเคยๆ และการตัดสินใจกับลงทุนส่วนใหญ่ก็ยังใช้ไปกับรูปแบบการวัดผลเดิมๆ การเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอลที่เกิดขึ้นในองค์กร ยังไม่ได้ถูกจัดให้เป็นระบบ แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้เริ่มส่งแรงกระเพื่อมให้ผู้บริหารเริ่มออกจาก comfort zone แล้ว

–ระยะที่ 3: เริ่มเป็นระบบ – องค์กรเริ่มเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ รวมถึงมีกลยุทธ์ที่ตรงจุดมากขึ้น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเริ่มมีบทบาทกระตุ้นให้มีการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ในคน กระบวนการ และเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลต่อไปยังผู้บริหารในองค์กรที่เริ่มได้รับความรู้และเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น จากนั้นจึงนำไปสู่การวางโครงสร้างองค์กรให้สอดรับกับดิจิตอลอย่างมีระบบ และมีวิสัยทัศน์มากขึ้น ซึ่งมีผลอย่างมากในระยะถัดไปคือ

–ระยะที่ 4: มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง – ในระยะนี้ องค์กรได้ยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิตอล มีการวางแผนใช้ทรัพยากรอย่างมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนขึ้น สามารถเห็นภาพเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ว่าองค์กรจะใช้ดิจิตอลไปในทางใดบ้าง และได้รับการสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มที่

–ระยะที่ 5: แปลงร่างองค์กร – ถึงตอนนี้ Digital Transformation ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ DNA องค์กร และองค์กรก็มีการพัฒนาไอเดีย disrupt ใหม่ๆ ตลอดเวลา มีการลงทุนลงแรงใน digital initiative ที่เกิดคุณค่าจริงๆ ผู้นำองค์กรเริ่มหายใจเข้าออกเป็น transformation แล้ว รวมถึงมีการพัฒนารูปแบบการทำงานใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอยู่ตลอดเวลา

–ระยะที่ 6: องค์กรนวัตกรรม – ในระยะขั้นสุดนี้ องค์กรได้ดูดซับวัฒนธรรมแห่งการสร้างนวัตกรรม และมีการแปลงร่างองค์กรอย่างสมบูรณ์ พร้อมที่จะเร่งสปีดกระบวนการทำงาน การลงทุน จนสามารถกระโดดเข้าสู่การเติบโตและการแข่งขันใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความยั่งยืนขององค์กรอย่างแท้จริง

จากที่กล่าวมา จะเห็นข้อดีของการแบ่งเป็นระยะ คือทำให้รู้ว่าองค์กรอยู่ในระยะไหน เพราะในแต่ละระยะก็จะมีวิธีการนำไปสู่ระยะถัดไปที่ต่างกันออกไป และเอาจริงก็ไม่มีสูตรตายตัว แต่ละองค์กรอาจใช้เวลาช้าเร็วไม่เท่ากัน ขึ้นกับวัฒนธรรมองค์กร และข้อจำกัดต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน ขณะที่องค์กรยังไม่เป็นดิจิตอลอย่างสมบูรณ์ การเร่งสปีดให้ทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกนั่นแทบเป็นไปไม่ได้ ถ้าขาดการ transformation อย่างถูกวิธี

คำว่า DO or DIE ก็ยังคงใช้ได้เสมอ แต่ DIE ช้า DIE เร็ว นั้นก็ขึ้นประเภทธุรกิจและอุตสาหกรรมนั่นเอง ถ้าเป็น SMEs ที่คู่แข่งเข้ามาได้ง่ายก็ DIE ง่าย ถ้าเป็น Corporate ที่ยังมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันก็ DIE ช้า แต่จะมัวรอให้ DIE ทำไม ในเมื่อเราสามารถ DO ได้ตั้งแต่วันนี้ จริงไหมครับ

ข้อมูลอ้างอิง
Prophet

Comments

comments

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *